2022-07-07
Breaking News

กปปส. : 3 รมต. ในรัฐบาลประยุทธ์ พ้นตำแหน่งทันที หลังศาลสั่งติดตะรางคดี กปปส. แต่ว่าหลุดข้อหากบฏ

ศาลอาญาพิพากษาติดคุกแกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “คณะกรรมการประชากรเพื่อความเคลื่อนไหวปฏิวัติเมืองไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีกษัตริย์ทรงเป็นผู้นำ” (กปกรมประชาสงเคราะห์) ตั้งแต่ 4 เดือน ถึง 9 ปีเศษ โดยมี 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์อร่อย ถูกพิพากษาติดคุกด้วย และก็จะต้องหลุดจากตำแหน่งในทันที เนื่องจากขาดคุณลักษณะตามรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (24 ก.พ.) ศาลอาญา ถ.รัชดา นัดฟังคำตัดสินคดีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมัยก่อนเลขาธิการ กปกรมประชาสงเคราะห์ กับพวกรวม 39 คน เป็นเชลยในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ก่อให้เกิดเหตุร้าย ล้มล้างระบอบการปกครอง มั่วสุมชุมนุมก่อความจลาจลในบ้านเมืองฯ และก็ข้อหาอื่นๆจากการชุมนุมทางด้านการเมืองเมื่อ 7 ปีที่แล้ว
เฉพาะนายสุเทพ และก็นายชุมพล จุลใส ส.ส.จังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ กลายเป็นเชลยคดีก่อการร้ายโดยใช้
คดีนี้อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นสำนวนฟ้องแกนนำ 9 คนนำโดยนายสุเทพต่อศาลอาญา และก็ถัดมาฟ้องเพิ่มเติมอีก 30 คน รวมเป็น 39 คน เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2561 เชลยทั้งสิ้นให้การปฏิเสธและก็ได้รับการประกันตัวระหว่างต่อสู้คดีทุกคน

sutrep2
อ่านคำตัดสินกว่า 7 ชั่วโมง

ศาลใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมง ในการอ่านพิพากษา โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ติดคุก 5 ปี
นายชุมพล จุลใส ติดคุก 9 ปี 24 เดือน
นายพุทธิพงษ์ ปุณณโกน ติดคุก 7 ปี
นายอิสสระ สมชัย ติดคุก 7 ปี 16 เดือน
นายวิทยา แก้วภราดัย ติดคุก 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายถาวร เสนเนียม ติดคุก 5 ปี
นายณัฏฐพล ครั้งปกาญจน์ ติดคุก 6 ปี 16 เดือน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ติดคุก 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
สำหรับเชลยรายอื่นๆที่จะต้องคำตัดสินติดคุกในคดีเดียวกัน ประกอบด้วย
น.ส. อัญชะลี ข้าศึกรัก ติดคุก 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ติดคุก 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายถนอม อ่อนเกตุพล ติดคุก 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายสมศักดา โกศัยสุข ติดคุก 3 ปี
นายสุวิทย์ ทองคำวิเศษ หรือพระพุทธอิสระ ติดคุก 4 ปี 8 เดือน
นายแสดง เซกัลป์ ติดคุก 2 ปี รองลงอาญา ปรับ 26,666 บาท
พล.อ.ท. วัชระ ฤทธิ์คนี ติดคุก 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
พล.ร้อยเอก ชัย กาญจน์ภาพ ติดคุก 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
ร.ต. แซมดิน เยี่ยมบุศย์ ติดคุก 4 ปี 16 เดือน
นายแม่นมั่น กะการดี ติดคุก 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายคมสัน ทองคำศรี ติดคุก 2 ปี
นายสาวิทย์ แก้วหวาน ติดคุก 2 ปี
นายสุริยะใส กตะหิน ติดคุก 2 ปี
นายสำราญ รอดเพชร ติดคุก 2 ปี 16 เดือน
นายอมร อมรรัตนานนท์ ติดคุก 20 เดือน
นายพิเชษฐ พัฒนโชติ ติดคุก 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายกิตตำหนิชัย ใสสะอาด ติดคุก 4 เดือน รอคอยลงอาญา ปรับ 6,666 บาท
นางทยา ครั้งปกาญจน์ ติดคุก 1 ปี 8 เดือน รอคอยลงอาญา ปรับ 26,666 บาท

3 รมต. พ้นตำแหน่ง

ผลจากคำตัดสินศาลวันนี้ ทำให้ 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ เป็นต้นว่า นายณัฏฐพล ครั้งปกาญจน์ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ, นายพุทธิพงษ์ ปุณณโกน รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและก็สังคม และก็นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการคมนาคม จะต้องพ้นจากตำแหน่งในรัฐบาลในทันที เนื่องจากความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตาม 160(7) และก็มาตรา 170(4) ของรัฐธรรมนูญ ถึงแม้คดียังไม่ถึงที่สุดก็ตาม ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นผู้ออกมารับรองในเรื่องนี้
ส่วนกรณีของ ส.ส. มีการพินิจพิจารณากันในหมู่นักการเมืองว่าถ้าหากยึดตามบรรทัดฐานคดีนายเทพไท เสนเหล่ากอ สมัยก่อน ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) สถานภาพของพวกเขาจะต้องสิ้นสุดลงตามมายี่ห้อ 98(6), 101(6) ถ้าหากจะต้องคำตัดสินให้ติดคุกและไม่ได้รับการประกันตัว

ตัดสิทธิการเมือง 7 คน

แต่ว่าสำหรับนายณัฏฐพล ครั้งปกาญจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร., นายชุมพล จุลใส ส.ส.จังหวัดชุมพร ปชป. และก็นายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. จะต้องหลุดจากที่ประชุม ด้วยเหตุว่าศาลอาญายังสั่งเพิกถอนสิทธิทางด้านการเมืองของพวกเขาเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งเว้นเสียแต่เชลย 3 คนนี้ ยังมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิการเมืองของนายสุวิทย์ ทองคำวิเศษ, ร.ต. แซมดิน เยี่ยมบุศย์, นายสำราญ รอดเพชร และก็นางทยา ครั้งปกาญจน์ ซึ่งมีกระแสข่าวว่าพึงพอใจลงชิงเก้าอี้ข้าหลวงประจำจังหวัด กทม. ด้วย
อย่างไรก็ตามในข้อหากบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 ศาลใคร่ครวญพยานหลักฐานแล้วมีความเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยได้แก่การใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ หมายมั่นรัฐบาลลาออก ให้มีการปฏิวัติเพื่อจัดการกับปัญหาประเทศก่อนออกเสียง ก็เลยไม่มีลักษณะล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญ โดยที่คำตัดสินรัฐธรรมนูญส่งผลผูกพันทุกองค์กร วินิจฉัยแล้วไม่มีเจตนาความผิดฐานกบฏ

สาเหตุของภาพ,THAI NEWS PIX
คำบรรยายภาพ,
สมัยก่อนแกนนำ กปกรมประชาสงเคราะห์ เดินทางมาถึงศาลอาญาเพื่อฟังคำพิพากษา

sutrep3

“อะไรจะกำเนิดก็จะต้องกำเนิด”

ก่อนเข้าไปในห้องพิจารณาคดีเพื่อฟังคำตัดสิน นายสุเทพบอกว่า “อะไรจะกำเนิดก็จะต้องกำเนิด” โดยกล่าวว่าเชลยทั้งยัง 39 คนได้พูดคุยกัน และก็ทำใจไว้แล้วไม่ว่าผลคำตัดสินจะออกมายังไง แต่ว่าย้ำว่าการต่อสู้ของพวกเขาเป็นการต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมือง ตั้งมั่นความประพฤติที่รับผิดชอบ ไม่ได้ปรารถนาฝืนกฎหมาย เคารพนับถือกฎหมายในกระบวนการยุติธรรม และก็น่าชื่นใจมากมายทุกกรณีทุกจังหวัดที่แนวร่วม กปกรมประชาสงเคราะห์ ถูกดำเนินคดี ไม่มีผู้ใดหลบซ่อนคดี
ในตอนที่บรรยากาศที่ศาลอาญา ถ.รัชดา มีประชากรเดินทางมาให้กำลังใจเชลยทั้งยัง 39 คน ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นรอบๆพื้นที่ศาล
• “ม็อบนกหวีด” กับ 4 เรื่องข้างหลัง กปกรมประชาสงเคราะห์
• สุเทพ: “สิ่งที่ดีที่สุดภายใต้ความเป็นไปได้เป็น พล.อ.ประยุทธ์”
• วันเกิดครบรอบ 68 ปีกับ 4 ตำนานการเมืองของ “กำนันสุเทพ”
• สุเทพ-ขวา ครบ 70 ปี พวกเขาจะอยู่ในการประเทศไทยไปอีกนานเพียงใด
กปกรมประชาสงเคราะห์ นำโดยนายสุเทพจัดการชุมนุมเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 รอบๆ ถ.เลาะสถานีรถไฟสามเสน กรุงเทพมหานคร เพื่อต้านการช่วยส่งเสริมร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม “ฉบับสุดตรอก” ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ คุ้นชินความประพฤติ แปลงเป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุมบนท้องถนนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ลากยาวเป็นเวลา 204 วัน ก่อนจะจบในวันที่ 22 พ.ค. 2557 เมื่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์อร่อย นำคณะรักษาความเรียบร้อยแห่งชาติยึดอำนาจ
สำหรับพฤติการณ์ความผิดที่อัยการชี้แจงในคำฟ้อง สรุปสาระสำคัญได้ว่า
• ตั้งขึ้นคณะบุคคลที่ใช้ชื่อว่า กปกรมประชาสงเคราะห์
• ร่วมกันมั่วสุม เป็นอั้งยี่ ถ้ำโจร ตั้งขึ้นกองกำลัง แบ่งหน้าที่กันปฏิบัติก่อความผิดต่อความมั่นคงยั่งยืนของเมืองข้างในแว่นแคว้น
• ยุยงปลุกระดมให้ประชากรทั่วประเทศเอาใจออกห่าง ร่วมชุมนุมขับไส น.ส. ยิ่งลักษณ์ คุ้นชินความประพฤติ นายกฯ (ในช่วงเวลานั้น) ให้ออกจากตำแหน่ง
• กีดกั้นการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อไม่ให้นายกฯ และก็ คณะรัฐมนตรี ชุดใหม่เข้าบริหารประเทศ
• ให้ข้าราชการชั้นสูงรายงานตัวกับกลุ่ม กปกรมประชาสงเคราะห์
• แต่งตั้งคณะบุคคลเข้าบริหารประเทศเป็น “รัฐบาลประชากร” เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งจะบัญชาแต่งตั้งนายกฯ และก็ คณะรัฐมนตรี โดยจะนำรายชื่อขึ้นกราบบังคมทูลฯ เอง
• ตั้งขึ้นกองกำลังส่วนใดส่วนหนึ่งพร้อมอาวุธเข้าไปบุกยึดสถานที่ราชการและก็หน่วยงานสำคัญหลายที่ เพื่อไม่ให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินได้
• กีดกันกีดกั้นทางคมนาคมขนส่งเป็นเหตุให้ประชากรได้รับความเดือดร้อน
• ปิดกรุงเทพมหานคร ด้วยการตั้งเวทีปราศรัย 7 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร กีดกันเส้นทางการจราจร ตั้งขึ้นกองกำลังรักษาพื้นที่ วางเครื่องกีดขวาง ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวเนื่อง

กลุ่มผู้ส่งเสริมมาให้กำลังใจผู้ต้องหาคดีกบฏ กปกรมประชาสงเคราะห์ ที่หน้าศาลอาญา

ศาลไม่ให้รับรอง เข้าคุกในทันที 8 คน

เมื่อเวลา 19.34 น. นายสกลธี ภัททิยกุล สมัยก่อนแกนนำ ปปกรมประชาสงเคราะห์ ปัจจุบันครองตำแหน่ง รองข้าหลวงประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร โพสต์ทางบัญชีเฟซบุ๊กว่า “กำนัน พี่ตั้น พี่บี พี่ลูกหมี พี่ถาวร ไม่ได้ประกันตัวครับผม 😢😢😢” ซึ่งก็คือ
• นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
• นายณัฏฐพล ครั้งปกาญจน์
• นายพุทธิพงษ์ ปุณณโกน
• นายชุมพล จุลใส
• นายถาวร เสนเนียม
ส่วนอีก 3 คน เป็นต้นว่า
• นายสุวิทย์ ทองคำวิเศษ หรือพระพุทธอิสระ
• ร.ต. แซมดิน เยี่ยมบุศย์
• นายอิสสระ สมชัย
sutrep4
สาเหตุของภาพ,THAI NEWS PIX
คำบรรยายภาพ,
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในห้องกักที่ศาลอาญา ข้างหลังคำพิพากษา แปลงชุดเป็นเสื้อเหลืองเพื่อรอคอยส่งไปคุก
ราว 20.30 น. ผู้ต้องขังทั้งยัง 8 คน ถูกนำตัวจากศาลอาญาขึ้นรถกักของคุกไปติดคุกที่คุกพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยมีประชากรจำนวนหนึ่งเดินทางมาส่ง พร้อมขับร้อง “สู้ไม่ถอย” ที่ใช้ร้องระหว่างการชุมนุมปิดกรุงเทพมหานคร แล้วมีเสียงตะเบ็งว่า “คนไม่ดีหนีหมด คนดีหนีเข้าคุก คนไม่ดีหนีไปที่ต่างประเทศ ถัดไปคนใดกันจะออกมาสู้”
นางทยา ครั้งปกาญจน์ ที่ถูกจำคุก 1 ปี 8 เดือน รอคอยลงอาญา ปรับ 26,666 บาท กล่าวกับผู้สื่อข่าวหน้าศาลในสภาพคีบไม้เท้าที่แขนทั้งสองข้างว่า ผู้ต้องโทษทั้งสิ้นจะยื่นอุทธรณ์และก็ขอประกันตัวอีกรอบ
เว้นเสียแต่คดีกบฏ กปกรมประชาสงเคราะห์ ชุดใหญ่ ยังมีคดีย่อยๆที่ถูกแยกสำนวนออกไป โดยศาลอาญาพิพากษาเมื่อ 25 เดือนกรกฎาคม 2562 ยกฟ้อง 4 แกนนำ กปกรมประชาสงเคราะห์ ประกอบด้วย นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, นายเสรี วงษ์มณฑา, นายสมบัติ รักษามั่งมีญวงศ์ และก็นายสกลธี ภัททิยกุล ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏและก็อื่นๆรวม 8 ข้อหา โดยให้เหตุผลว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังไม่พอฟังได้ว่าเชลยทั้งยัง 4 กระทำผิดตามฟ้อง ถัดมาอัยการได้ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์นัดอ่านคำตัดสินในวันที่ 6 พ.ค.