2022-07-06
Breaking News

คนละครึ่ง เฟส 3 “ง่าย-คุ้มค่า” กว่าเดิมอย่างไร ?

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 เป็นโครงกระตุ้นกำลังซื้อจากภาครัฐ ที่เป็นการใช้จ่ายแบบ Co-pay โดยรัฐช่วยจ่ายวันละ 150 บาท

ผ่านกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ของแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” จะเปิดลงทะเบียนวันแรก วันที่14 ไม่.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. ระบุคนร่วมโครงงานไม่เกิน 31 ล้านคน
อย่างไรก็แล้วแต่ ปัญหาด้านการลงทะเบียนโครงงานคนละครึ่ง จากรอบที่ผ่านมา ที่มีเหตุมาจากขั้นตอนขอรับรหัส OTP ทำให้ราษฎรคนจำนวนไม่น้อยอดรับสิทธิร่วมโครงงาน แต่ในรอบนี้กระทรวงการคลัง การันตีว่าจะไม่มีปัญหาในเรื่องดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
โดย “ดร.กุลยา ตันติเตียนเตมิท” ผู้อำนวยการสศค. (สศค.) เผยออกมาว่า แบงค์กรุงไทย ได้มีการติดต่อประสานงานกับบริษัทผู้ให้บริการ SMS ทั้งยัง 3 โครงข่าย ให้มีการเตรียมเพื่อรองรับการส่ง SMS ในช่วงดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นที่เปิดลงทะเบียนแล้ว มีความคิดว่าจะไม่มีในปัญหาขั้นตอนของ OTP
นอกเหนือจากนี้ คนละครึ่ง เฟส 3 ยังให้โอกาสให้การลงทะเบียนรอบนี้ คนที่เคยใช้แอปเป๋าตัง รวมทั้งใช้ g-wallet ในโครงงานของเมืองแล้ว จะสามารถกดลงทะเบียนจากแอปเป๋าตังได้เลย ซึ่งจะไม่มีขั้นตอนในเรื่องของ OTP เข้ามา ส่วนการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ก็เลยจะมีขั้นตอนขอรับรหัส OTP เพราะฉะนั้น ระบบน่าจะรองรับได้พอเพียงเพราะเหตุว่าสำหรับเพื่อการเปิดลงทะเบียนโครงงานเราชนะ ก็สามารถรองรับได้พอเพียงเหมือนกัน
ดร.กุลยา กล่าวอีกว่า “คนละครึ่ง” เฟส 3 ปลดล็อกข้อแม้หากไม่ใช้สิทธิด้านใน 14 วัน จะโดนตัดสิทธิ คนที่ได้รับสิทธิ “คนละครึ่ง” เฟส 3 จะใช้จ่ายผ่านโครงงานเมื่อไหร่ก็ได้ ภายหลังที่การันตีตัวตนแล้ว แต่ถ้าเป็นผู้ที่สมัครใหม่ แล้วได้รับสิทธิ ก็จะต้องการันตีตัวตนสำหรับเพื่อการใช้ Gwallet ก่อน
ขณะเดียวกันนี้ คนละครึ่ง เฟส 3 ยังดีไซน์มาให้คุ้มค่ารวมทั้งใช้ง่ายกว่าเดิม โดยให้โอกาสให้ผู้เข้าร่วมโครงงานได้มีทางเลือกสำหรับเพื่อการใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งได้เพิ่มสิทธิให้สามารถใช้จ่ายในส่วนของการบริการได้ด้วย ดังเช่นว่า ร้านนวด สปา ทำผมทำเล็บ ค่าใช้จ่ายสำหรับพาหนะโดยบริการขนส่งสาธารณะ หรือขนส่งมวลชนสาธารณะได้ แล้วก็ การลงทะเบียนคนละครึ่ง เฟส3 ไม่ได้จำกัดอาชีพ แล้วก็คนรับเงินบำนาญก็สามารถลงทะเบียนร่วมโครงงานได้
นอกเหนือจากนี้ คนละครึ่ง เฟส 3 ยังแบ่งการใช้จ่ายเป็น 2 รอบ ซึ่งรอบนี้ 3 เดือนแรก (เดือนกรกฎาคม-ก.ย.นี้) เมืองจะโอนเงินเข้ากระเป๋าให้ 1,500 บาท รวมทั้งอีก 3 เดือนที่เหลือ (ตุลาคม-เดือนธันวาคม64) ก็จะโอนให้อีก 1,500 บาท รวมเป็นเงิน 3,000 บาท โดยขั้นตอนการนี้จะก่อให้คนที่ได้รับสิทธิมีเงินในกระเป๋าใช้จ่ายได้ตลอดช่วงครึ่งปีที่เหลือ
ดังนี้ คาดว่าโครงงานดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจะมีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 1.8 แสนล้านบาท เป็นเม็ดเงินที่มาจากรัฐบาล 9.3 หมื่นล้านบาท รวมทั้งเป็นเม็ดเงินที่มาจากราษฎรอีก 9.3 หมื่นล้านบาท จะสามารถช่วยเหลือพยุง แนวทางกระตุ้นการบริโภคภาคเอกชน รวมทั้งมีผลต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ในช่วงครึ่งปีข้างหลังนี้ได้ด้วย