2022-07-07
Breaking News

“ชูวิทย์” ฟาด “เชาว์ มีขวด” ปมปล่อยตัวปล่อยใจ “สรยุทธ” ถ้าเกิดด้านในสบายเพราะเหตุไรน้ำหนักลดพรวดพราด-ผมหงอกอีกทั้งหัว

สมัยก่อนรองผู้ประกาศ ปชป.โพสต์ด่าทอกรมราชทัณฑ์สองมาตรฐาน ปล่อยเนื้อปล่อยตัว “สรยุทธ์” เนื่องจากเป็นคนมีชื่อเสียง ได้จัดรายการทีวีในเรือนจำ คนไม่รวยไม่ดังได้แต่ว่ามองตาปริบๆเจอคนเคยเรือนจำตัวจริง “ชูวิทย์” ด่าตอบคนหัวขวดไม่รู้เรื่องหลักเกณฑ์ คนร่ำรวยไม่รวยก็พักโทษได้ ถ้าหากภายในสบายเพราะเหตุใดน้ำหนักลดพรวดพราด ผมหงอกทั้งยังหัว แถมคนมีชื่อเสียงต้องประพฤติตามระเบียบเป๊ะ ผิดไม่ได้ โดนร้องทุกข์ในทันที แต่ว่าสังคมไทยอยากดังไม่รู้เรื่องทำยังไง เลยเกาะกระแสด่าทอไปด้วย

วันนี้ (15 มี.ค.) ในกรณีที่นายเชาว์ มีขวด สมัยก่อนรองผู้ประกาศพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เนื้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ “เสรีภาพของสรยุทธกับคำถามกรมราชทัณฑ์สองมาตรฐาน” ป้ายความผิดว่านายสรยุทธได้รับการกระทำจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไม่เหมือนกับนักโทษโดยทั่วไป ได้รับสิทธิพิเศษให้จัดรายการทีวีในเรือนจำ ร่วมกับแขกรับเชิญจากด้านนอก ปรุงอาหารโชว์กันอย่างสนุกสนาน ทำให้การใช้ชีวิตในเรือนจำของนายสรยุทธก็เลยสบาย ไม่เหมือนกับนักโทษคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งได้รับการนำสชั้นเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นดีเลิศอย่างรวดเร็ว ได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยการลดโทษมาแล้ว 2 ครั้ง ได้รับโทษจำเรือนจำจริงเพียงแต่ 1 ปี 2 เดือน 6 วัน ทิ้งปัญหาให้นักโทษที่มีอัตราโทษในระดับใกล้เคียงกันเข้าสู่เรือนจำพร้อมกัน แต่ว่าไม่รวย และไม่ดังราวกับนายสรยุทธ ต่างนั่งมองตากันปริบๆหลายๆคนก็เลยสงสัยว่า นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้รับการอภัยโทษมาได้อย่างไร เนื่องจากคดีคดโกงเป็นคดีความนโยบายที่ภาครัฐให้ความเอาใจใส่รวมทั้งปราบปรามอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง กระทั่งรัฐธรรมนูญฉบับปราบคดโกงก็บัญญัติกีดกันคนทุจริตไว้ในหลายมาตรา

“ผมไม่ได้รังเกียจที่นายสุรยุทธปฏิบัติตนเป็นคนดี ทำความดีในเรือนจำ รวมทั้งได้รับการลดโทษ แต่ว่าการได้รับการกระทำที่ไม่ทัดเทียมในเรือนจำ 1 ปีเศษ ที่นายสรยุทธดำรงชีวิตอยู่อย่างสบาย รวมทั้งได้รับการนำสชั้นอย่างรวดเร็ว จนได้รับการพักโทษเป็นกรณีพิเศษ ถ้าหากไม่ใช่เนื่องจากนายสรยุทธเป็นคนร่ำรวย คนมีชื่อเสียง จะได้รับสิทธิพิเศษแบบนี้หรือเปล่า นับว่าเป็นคำถามคาใจที่กรมราชทัณฑ์ต้องตอบ มิฉะนั้นคำว่าสองมาตรฐาน เรือนจำไว้ขังคนจน คนร่ำรวยไม่จำคุก ไปจนถึงรวย ดัง ออกจากเรือนจำง่าย คนจนหมดโอกาสมองเห็นแสงแดด เนื่องจากใช้ประโยชน์จากข้อจำกัดการลดโทษไม่เป็น ไม่อยู่ในสายตาคนคุมกฎที่จะเดินเรื่องให้ เรือนจำก็เลยมืดมิดสำหรับคนปริมาณหนึ่ง แต่ว่าสว่างโร่ได้สำหรับบางบุคคลใช่ไหม ผมไม่อยากที่จะให้การออกจากเรือนจำของนายสรยุทธครั้งนี้มีบริบทเรื่องบุญคุณต้องตอบแทน เนื่องจากลูกจ้างข่าวพันล้านคนนี้มีผลกระทบด้านความคิดต่อผู้คนจำนวนมาก รวมทั้งกำลังจะกลับไปดำเนินการด้านสื่อในเร็ววันนี้” นายเชาว์กำหนด
ปรากฏว่าเฟซบุ๊ก “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” ของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ สมัยก่อน ส.ส.พรรครักเมืองไทย โพสต์เนื้อความตอบโต้นายเชาว์ หัวข้อ “นิสัยคน ที่ไม่สมควรเอาเยี่ยงอย่าง” กล่าวว่า “ขอเรียนให้คนหัวขวดบางบุคคลที่ไม่รู้เรื่องหลักเกณฑ์ของกรมราชฑัณท์ได้รู้ว่า “การพักโทษ” ในแต่ละเดือน นักโทษที่เข้ามาตรฐานพักโทษควรเป็นนักโทษที่ทำไม่ดีทีแรก ไม่ใช่ทำผิดซ้ำซาก และไม่เป็นคดีความอุกฉกรรจ์ อย่างคดีฆ่า ความผิดพลาดเกี่ยวกับเพศ กระทำชำเรา เรียงคิวขืนใจ หรือโกงประชาชน แบบงี้พักโทษไม่ได้ ที่สำคัญไม่ได้เป็นการพักโทษสรยุทธเพียงผู้เดียว เนื่องจากร่ำรวย มีชื่อเสียง หรือโชคดีคุณต้องทดแทนใครอะไร แต่ว่าเป็นเนื่องจากได้เข้ามาตรฐานตามระเบียบของกรมราชฑัณท์ คนจนหรือคนร่ำรวยจำคุกก็มีสิทธิจะพักโทษได้แบบเดียวกัน อย่าไปตั้งแง่คนร่ำรวยทำเป็น คนจนทำไม่ได้ เสมอเหมือนตนเองเข้าใจคนจนยิ่งนัก โถ.. รวยหรือจนกระทั่ง ปัจจุบันนี้จำคุกแบบเดียวกันหมด

หรือถ้าหากรู้สึกว่าข้ามขั้นตอนได้ ทดลองไปถามบรรดารัฐมนตรี อธิบดี นักการเมืองที่เข้าเรือนจำเนื่องจากคดีจบแล้ว ว่าลัดขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ได้ไหม? การใช้ชีวิตเช่นนักโทษทั่วไปเป็นเรื่องเหนื่อยยากกว่าจะปรับพฤติกรรมได้ สังเกตดูหน้าตา ร่างกาย ล้วนซูบซีด น้ำหนักลดพรวดพราดโดยไม่ต้องกินยาลดความอ้วน ผมที่เคยดำก็ขาวขาวทั้งยังหัว ถ้าหากกินอยู่สบายจริง เพราะเหตุใดถึงมองต่างกันไปเหมือนกับคนละคน? อยากให้คนพูดไปทดลองจำคุกมอง มันสบายราวกับพูดพล่อยๆที่กล่าวออกมาไหม? จำคุกไม่มีสบายหรอก ยิ่งปัจจุบันนี้ด้วยแล้ว บรรดานักโทษหรือพี่น้องนักโทษคนอื่นๆต่างต้องร้องทุกข์กันในทันที ไม่มีเบรคขอรับ เนื่องจากเสรีภาพต้องการของทุกคนแบบเดียวกันหมด คดีที่ทำให้คุณสรยุทธจำคุก นับว่าเป็นคดีแนบมาตราเมื่อมีอภัยโทษ อันแปลว่า แม้จะได้ชั้นดีเลิศก็ไม่ได้ลดแบบนักโทษคนอื่นเขาเสียด้วย เนื่องจากจะถูกลดอัตราส่วนให้ลดลง เป็นต้นว่า ธรรมดาชั้นดีเลิศ ได้ลดโทษ 1 ใน 2 (ภาษาเรือนจำเรียกผ่าครึ่ง) เป็นต้นว่า ติด 8 ปีลดเหลือ 4 ปี ส่วนสรยุทธได้ลดแค่ 1 ใน 3 แปลว่า ติด 8 ปี ลดได้เพียงแต่ 2 ปีครึ่งแค่นั้น แต่ว่าฟ้าโปรด มีการอภัยโทษ 2 ครั้งในปีก่อน ระหว่างสรยุทธอยู่ในเรือนจำ จะไปว่าสรยุทธมีสิทธิพิเศษได้อย่างไร ไม่มีใครทราบว่าจะมีอภัยโทษเมื่อใด? แม้กระทั้งกรมราชทัณฑ์ก็ยังไม่รู้เรื่อง

ส่วนคนยิ่งดัง เข้าเรือนจำยิ่งต้องทำใจ เนื่องจากหล่นจากฟ้ามาสู่ดินในตอนข้ามคืน กรมราชทัณฑ์ยิ่งต้องระวัง ทำทุกอย่างตามระเบียบเป๊ะ ผิดไม่ได้ เนื่องจากจะถูกร้องทุกข์จากนักโทษด้วยกันในทันที ในเรือนจำนักร้องเรียนมากมายขอรับ หูตาไว ใครได้ข้ามขั้นแซงหน้าเพื่อนพ้องเป็นเรื่องแน่ ไอ้ผู้ที่กล่าว เสียดายวิชาความรู้ที่เล่าเรียนมา เป็นนักการเมืองก็ไม่ได้ เป็นนิสัยคนประเทศไทยก็ไม่ใช่ คนทำผิดแล้วไม่หนี เดินก้มเข้าเรือนจำ ยังทำประโยชน์ให้สังคมได้ อาทิเช่นคนทำอาหารเป็น ก็ไปปรุงอาหาร คนทำไม้เป็น ก็ไปเป็นช่างไม้ คนเคยเป็นคุณครู ก็ไปสอนหนังสือนักโทษ ทุกคนล้วนกระทำตนเป็นประโยชน์ต่อราชการ มีระเบียบปรับชั้นได้ สลับกัน ถ้าหากใครทำผิดระเบียบชกต่อยกันในเรือนจำก็โดนปรับชั้นลงได้แบบเดียวกัน โน้ส อุดม เป็นศิลปินที่น่าเคารพ ที่เข้าไปสร้างคุณประโยชน์ สร้างความบันเทิงในเรือนจำ ไม่ใช่เฉพาะตอนสรยุทธติดแค่นั้น ทดลองไปดูใน Youtube หลายที่ที่คุณโน้สเข้าไป ทั้งยังเรือนจำจังหวัดอุทัยธานี รวมทั้งอีกหลายเรือนจำ สามารถช่วยลดความเครียดในเรือนจำเป็นครั้งคราวให้นักโทษได้ แต่ว่าสังคมไทยมักมีคนทำนองนี้ เป็นอยากดังแต่ว่าไม่รู้เรื่องจะก่อให้ตนเองดังยังไง เลยต้องเกาะกระแสวิพากษ์วิจารณ์คนมีชื่อเสียงไปบ่อย เข้าทำนอง “อยากดัง แต่ว่าหาตนเองไม่เจอ” ที่สำคัญเป็นไม่มีองค์วิชาความรู้ คนอย่างนี้ไม่มีวันรุ่งโรจน์ อยู่ตรงไหนก็ไปหมั่นไส้คนอื่น ตนเองดี คนอื่นเลว แต่ว่าเสแสร้งบอกว่าไม่ได้ไม่ชอบ

ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยเปิดโปงหลายชนิดของกรมราชทัณฑ์มากว่า 15 ปี เนื่องจากเคยไปติดจริงตั้งแต่ปี 2546 จวบจนบัดนี้ ยอมรับว่ากรมราชทัณฑ์ปรับปรุงปรับแก้ไปมากในสมัยหลังๆโทรศัพท์มือถือไม่มี ยาไม่มี แม้กระทั้งบุหรี่ยังไม่มีให้สูบ อดีตสมัยดูดได้เสรียันก่อนนอน ถามจริงๆคนหัวขวดที่พร่ำพูดเรื่องความถูกต้อง เคยเข้าไปในเรือนจำ เคยได้เห็นภาวะในเรือนจำข้างในสักที่หรือเปล่า? สรยุทธต่อสู้คดีถึงศาลฎีกา คืนเงินพร้อมดอก เข้าไปจำคุก เข้ามาตรฐานพักโทษพิเศษ โทษยังไม่ได้หมดไป ต้องใส่กำไล EM จะไปไหนอย่างเสรีก็ไม่ได้ ออกนอกพื้นที่ต้องขออนุญาต ไม่ได้ข้ามขั้นตอนใดของทางกรมราชทัณฑ์เลยนิดหน่อย คนแบบงี้ควรให้เขาออกมาทำประโยชน์ดีมากกว่าไหม? เนื่องจากถ้าหากเทียบกับคนไร้ประโยชน์ ที่เอาแต่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นแล้ว เขายังทำประโยชน์ให้สังคมได้มากกว่าแยะ”