2022-07-07
Breaking News

ธรรมนัส พระพรหมเผ่า จัดเตรียมทำพรรคใหม่ หลังถูกปลดพ้นรัฐมนตรีพร้อมนฤมล ภิญโญสินวัฒน์

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศให้ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า แล้วก็นางไร้มลทิน ภิญโญสินวัฒน์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ลงวันที่ 8 เดือนกันยายน ในตอนที่สมัยก่อน รมช.เกษตรฯ ชิงเปิดแถลงข่าวก่อนว่าได้ลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วานนี้

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาหัวหน้าศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระขอความกรุณาปรานีโปรดเกล้าฯ แต่ง พล.อำเภอ ประยุทธ์ จันทร์โอชะ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 9 มิ.ย. 2562 แล้ว แล้วก็แต่งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 10 ก.ค. 2562 แล้วก็ประกาศคราวสุดท้ายลงวันที่ 22 มี.ค. 2564 นั้น

ขณะนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า เหมาะให้รัฐมนตรีบางคนพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมแล้วก็มีขึ้นผลดีแก่ราชการ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญที่ราชอาณาจักรไทย ก็เลยทรงพระขอความกรุณาปรานีโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

1. ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรแล้วก็สหกรณ์
2. นางไร้มลทิน ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน

ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศในวันที่ 8 เดือนกันยายน 2564 โดยมีนาชูรัฐมนตรีเป็นคนรับตอบสนองพระบรมราชโองการ

tui1

ไม่กี่นาทีก่อนประกาศปลด 2 รัฐมนตรีจะถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการ ร.อ. ธรรมนัสได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่สภานิติบัญญัติ เมื่อเวลา 15.30 น. โดยกล่าวว่าส่งหนังสือถึง พล.อำเภอ ประยุทธ์ แจ้งยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่ง รมช.เกษตรแล้วก็สหกรณ์ วันหลังขอคำแนะนำครอบครัว ซึ่งเดิมตั้งมั่นจะยื่นจดหมายตั้งแต่วานนี้ (8 เดือนกันยายน) แต่ฝ่ายเลขานุการส่วนตนเข้าใจผิด ก็เลยเพิ่งจะยื่นจดหมายไปวันนี้ (9 เดือนกันยายน)

แต่แต่กระนั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีทางกฎหมาย ได้จบปัญหาเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของ 2 รัฐมนตรี โดยกล่าวว่า เป็นการให้ออกจากตำแหน่ง เพราะว่าในตัวพระบรมราชวโรงการได้มีการอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 บัญญัติไว้ว่า พระมหากษัตริย์คงไว้ซึ่งพระราชอําทุ่งนาจสำหรับการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบให้คําแนะนํา ซึ่งวันที่มีผลบังคับจริงเป็นวันที่กำหนดในพระบรมราชโองการ นั่นเป็น ตั้งแต่เวลา 01.00 น. ของวันที่ 8 เดือนกันยายน 2564

อย่างไรก็ดีส่วนตัวเพิ่งจะทราบข่าวสารว่า ร.อ. ธรรมนัส แถลงข่าวว่าได้ทำจดหมายลาออก ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจดหมายฉบับนั้นระบุวันที่เท่าไหร่ แต่สิ่งที่เป็นทางการเป็นให้ยึดตามพระบรมราชโองการ

ธรรมนัสแจงเหตุลาออก เนื่องจากว่าไม่อยาก “คอยรับใช้ใคร”

สำหรับการแถลงข่าวที่สภานิติบัญญัติ ร.อ. ธรรมนัสกล่าวถึงเหตุผลสำหรับการลาออกว่า ตั้งมั่นดำเนินงานเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แล้วก็พ่อแม่พี่น้อง โดยยึดผลตอบแทนของประเทศเป็นหลัก แต่ตลอดระยะเวลาที่ครอบครองตำแหน่งมา บรรยากาศการจัดการราชการแผ่นดินมิได้เป็นไปอย่างที่คาดหวังเอาไว้ ก็เลยอยากกลับไปอยู่จุดเดิม นั่นเป็นการเป็น ส.ส.

“ผมอยากได้กระทำเมืองให้มันอดทน เพื่อชาติ ประเทศชาติจริงๆไม่ใช่มารองรับ หรือทำอะไรเพื่อคนบางกรุ๊ป” ร.อ. ธรรมนัสกล่าวแล้วก็ว่า จริงๆคิดมานับเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว สิ่งที่ให้ความใส่ใจเยอะที่สุดเป็นสายตาราษฎร ไม่ใช่คอยรับใช้ใคร

เขายังฝากถึงราษฎรทุกจังหวัดว่า “วันนี้ผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะเลือกทางเท้า ทางการบ้านการเมืองใหม่ โดยยึดหลักผลตอบแทนของชาติแล้วก็พ่อแม่พี่น้องเป็นที่ตั้ง ผมจะไปต่อสู้ในเวทีการเมืองอย่างเต็มที่” พร้อมเอ่ยขอโทษราษฎรที่ไม่สามารถที่จะทำตามที่รับปากไว้ได้ ภายหลังจากนี้จะกลับไปเริ่มต้นที่ จ.พะเยา แล้วก็จังหวัดอื่นๆถ้าหากกลับมามีอำนาจอีกทีหนึ่ง มีวาสนาอีกที ยึดมั่นว่าจะดำเนินงานเพื่อชาติ
ผู้รายงานข่าวถามว่า เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้ลาออก เป็นเนื่องจากว่าดำเนินงานกับนายกรัฐมนตรีมิได้แล้วหรือไม่ ร.อ. ธรรมนัสกล่าวสารภาพว่า “คงเดินไปในทิศทางเดียวกันมิได้”
ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า จับมือทักทาย พล.อำเภอ อนุดงษ์ เผ่าจินดา หนึ่งใน “ญาติพี่น้อง 3 เปรียญ” ที่นาชูฯ พูดว่ารักกันเสมือนญาติพี่น้องท้องเดียวกัน ก่อนจะมีการสัมมนา คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 เดือนกันยายน แต่ พล.อำเภอ อนุดงษ์มิได้คุยกับเขา

tui2
นักการเมืองผู้กลายเป็นสมัยก่อนรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ได้ปรึกษาหารือและขอคำแนะนำกับ พล.อำเภอ ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แล้วก็หัวหน้าพรรคพลังประชาชนรัฐ (พปชร.) ตั้งแต่ก่อนลงความเห็นสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่าจะลาออกเมื่อวันที่ 6 เดือนกันยายน แต่หัวหน้าพรรคห้ามไว้ สุดท้ายจำต้องไม่ทำตามคำสั่งหัวหน้า เนื่องจากว่าพิจารณาดูแล้วว่าทางเท้าชีวิตของตนทำเพื่อราษฎร มันจำต้องเดินไปอีกไกล ด้วยเหตุนี้ตัดสินใจเด็ดขาดด้วยตัวเอง

เมื่อถามย้ำว่า มีความหมายว่าหลังสนทนาแล้วก็ขอโทษนายกรัฐมนตรี แล้ว มีความหมายว่าปัญหาไม่จบใช่หรือไม่ ร.อ. ธรรมนัสตอบว่าไม่จบ แล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ จำต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่กระทำไป แปลว่าเมื่อบอกด้วยเหตุด้วยผลแล้ว มันไม่กำเนิดผลดี กระบวนการดีเยี่ยมที่สุดก็คือจำต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง

ส่วนความข้องเกี่ยวกับญาติพี่น้อง 3 เปรียญ มี พล.อำเภอ ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อำเภอ อนุดงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย แล้วก็ พล.อำเภอ ประยุทธ์ นั้น นักการเมืองรายนี้เลือกที่จะเอ่ยถึงเพียงแค่ความข้องเกี่ยวกับหัวหน้าพรรคว่ายังรักเคารพนับถือเหมือนเดิม แต่ไม่เอ่ยถึงอีก 2 เปรียญ โดยบอกเพียงว่า “ไม่ถึงกับแตกหัก แต่ผมเลือกทางเท้าแล้ว”
ยังไม่ลาออกเลขาธิการ พปชร. แต่ประกาศไม่ไปเหยียบที่ทำการพรรค
เว้นเสียแต่สถานะในฝ่ายบริหารของประเทศ ร.อ. ธรรมนัส ยังมีบทบาทในพรรคแกนนำรัฐบาลในฐานะเลขาธิการ พปชร. ทำให้เขาถูกโยนคำถามใส่ว่าจะยังดำเนินงานกับ พปชร. ถัดไปหรือไม่ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เขากล่าวว่าเกิดเรื่องที่จำต้องไตร่ตรองกันถัดไป

“ผมบางทีก็อาจจะไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่มันแฮปปี้ ผมย้ายจากบ้านหลังเก่ามา บ้านหลังเดิม ผมก็แฮปปี้อยู่แล้ว บ้านหลังเดิมเป็นบ้านที่พะเยาแฮปปี้ดีอยู่แล้ว ส่วนบ้านหลังใหม่ บางทีก็อาจจะไปสร้างบ้านใหม่” ร.อ. ธรรมนัสกล่าว

ร.อ. ธรรมนัสมิได้ตอบปัญหาชัดแจ้งว่าจะกลับไปบ้านหลังเดิม หรือสร้างบ้านหลังใหม่ อันเป็นการทำพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา
ร.อ. ธรรมนัส เมีย แล้วก็นางไร้มลทิน มักออกเดินสายทำบุญด้วยกันในช่วงวันหยุดราชการ

สำหรับ “บ้านหลังเดิม” ที่ถูกเอ่ยถึง สถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซีไทยรู้เรื่องว่าเป็นการเปรียบเทียบเป้าหมายถึงพรรคเพื่อไทย เพราะว่าเป็นพรรคการเมืองสุดท้ายที่ ร.อ. ธรรมนัสเคยขึ้นอยู่กับแล้วก็ลงสมัครรับเลือกตั้งเมื่อปี 2557 ก่อนที่การเลือกตั้งตอนนั้นจะกลายเป็นโมฆะ แล้วก็มีการรัฐประหารในเวลาถัดมา กระทั่งก่อนจะมีการลงคะแนนเสียงปี 2562 ร.อ. ธรรมนัสก็เลยชูแผนกเข้ามาลงเล่นการเมืองในนาม พปชร.

แต่ทว่าเมื่อผู้รายงานข่าวถามว่าการตัดสินใจไปอยู่บ้านอื่น มีพรรคเพื่อไทยอยู่ในตัวเลือกด้วยหรือไม่ ร.อ. ธรรมนัสตอบว่ามีพรรคมาจีบจำนวนมาก และไม่เกี่ยวกับที่มีกระแสข่าวว่ามีการสนทนากันก่อนหน้านี้ บางทีก็อาจจะเป็น “พรรคพะเยา” หรือ “พรรคพลังพะเยา” หรือ “อีสานล้านนา” ก็ได้ ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างตระเตรียมไว้หมดแล้ว เร็วๆนี้จะได้เห็นเค้าหน้าแน่
เขายังประกาศด้วยว่าจะไม่ไปเหยียบที่ทำการ พปชร. อีก “รังเกียจ ไม่ได้อยากฝืนใจตัวเอง” แต่แต่กระนั้นก็ยังเป็นเลขาธิการพรรค ยังมิได้ลาออก
เมื่อถูกถามอีกว่า อย่างงี้การเลือกตั้งหนต่อไปพรรค พปชร. จะไม่แตกเลยหรือ ร.อ. ธรรมนัสกล่าวว่า ก็ไม่แน่ เนื่องจากว่าจิตใจตนไปแล้ว บอกแล้วนักเลงพอ ทำอะไรแล้วจำต้องรับผิดชอบ อยู่ที่ไหนก็ได้ ขอให้จิตใจมันอยู่ ถ้าหากจิตใจมันไม่อยู่ ใครจะมาบังคับตนก็มิได้

tui3
การลาออกมาจากตำแหน่งรัฐมนตรีของ ร.อ. ธรรมนัส เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ หลังเสร็จสิ้นการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีอีก 5 คน ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในระยะเวลาดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว ได้กำเนิดปรากฏการเคลื่อนไหวใต้ดินจากบางกลุ่มก้อนภายใน พปชร. บีบคั้นให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (คณะรัฐมนตรี) หลังเสร็จสิ้นศึกซักฟอก แล้วก็บางทีอาจไปไกลถึงกับขนาด “สลับตัวนายกรัฐมนตรี” ร้อนถึงผู้นำรัฐบาลจำต้องออกมาไม่สนใจข่าวหลายวันต่อเนื่องกัน ในตอนที่ร.อ. ธรรมนัสตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังการเคลื่อนไหวดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว แต่เขาก็ออกมากล่าวว่ามีคนในพรรคฝ่ายรัฐบาลเป็น “คนเต้าข่าวสาร” เรื่องนี้ขึ้นมา
พล.อำเภอ ประยุทธ์ยังไม่คิดปรับ คณะรัฐมนตรี เพิ่มเติมคนแทน 2 รมต.
ความเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองที่เกิดขึ้นอยู่กับรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ทำให้ พล.อำเภอ ประยุทธ์ถึงกับถอนใจก่อนตอบเรื่องซักถามของสื่อมวลชนระยะเวลา 16.20 น.
นายกรัฐมนตรี ถูกถามเรื่องการลาออกของ รมช.เกษตรฯ ในระหว่างตรวจเยี่ยม รพ.สนามสำหรับคนไข้ไอซียู ที่ รพ.ปิยะเวท

พล.อำเภอ ประยุทธ์กล่าวเพียงว่า รู้ข่าวเมื่อสักครู่ว่าลาออก เขาก็เคยบอกอยู่แล้วไม่ใช่หรือว่าไม่ต้องเป็นรัฐมนตรีก็ได้ เป็น ส.ส. ก็สามารถช่วยราษฎรได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาก็ช่วยงานกันตลอดมา เดี๋ยวคงเป็นเรื่องของพรรคที่จะไปหารือกันว่าจะทำยังไง แต่ยืนยันว่างานทุกงานไม่มีสกัด มีคนทำงานให้อยู่แล้ว

tui4
ผู้รายงานข่าวถามว่าเป็นการลาออกหรือถูกปรับออก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ก็เขาลาออก” เมื่อถามย้ำว่า แต่เนื้อความในราชกิจจานุเบกษากล่าวว่า นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลว่า “เหมาะให้รัฐมนตรีบางคนพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมแล้วก็มีขึ้นผลดีแก่ราชการ” พล.อำเภอ ประยุทธ์เลี่ยงที่จะตอบปัญหานี้ โดยบอกเพียงว่า “เอาล่ะ อย่างไรเขาก็ไม่อยู่แล้ว จะมายังไง จะไปอย่างไร ผมไม่ตอบ” พร้อมย้ำว่า “มิได้แจ้งใครทั้งมวล มันอยู่ที่ผม ผมทำของผม” แล้วก็ “เหตุผลของผมก็คือเหตุผลของผม”

พล.อำเภอ ประยุทธ์ยังเอ่ยถึงการปรับ คณะรัฐมนตรี ด้วยว่า ขอดูก่อน แต่ปัจจุบันนี้ยังไม่ปรับใคร ถึงจะมีคนลาออก ก็ยังไม่ปรับเข้า ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นนับว่าเป็นผลมากระแส “ล้มนายกรัฐมนตรี” ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่นั้น พล.อำเภอ ประยุทธ์กล่าวว่า “ทั้งปวงมาจากเธอ (สื่อมวลชน)”