2022-07-06
Breaking News

“ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์” ยกสถานะ ทำซื้อวัคซีนโควิดได้ แต่จำเป็นต้องมาขอ อย.-สธ.

“วิษณุ” แจง “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์” ชูสถานะเท่ากัน กระทรวงทบวง กรม ทำให้ดีลซื้อวัคซีนโควิด-19 เองได้ แต่จะต้องมาขอ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา-สธ. กระทั่งถึง ใช้งบฯตัวเอง อุดช่องว่างช่วงขาด ย้ำ เมื่อไทยผลิตเองจะต้องหยุด กระทั่งถึง รัฐบาลมิได้เอื้อ

วันที่ 27 พค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เอ๋ยถึงกรณีราชธุระนุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เกี่ยวกับการให้บริการทางด้านการแพทย์แล้วก็ การสาธารณสุข ในเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อเชื้อไวรัสโคโรท้องนา 2019 แล้วก็ เหตุการณ์การเร่งด่วนอื่นๆว่า ความกระจ่างได้เกิดขึ้นวันนี้ เมื่อ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ออกกฎเกณฑ์หรือเรียกว่า คำสั่งดวงตามมาอีกฉบับหนึ่งเพื่อขยายความ โดยมีความกระจ่างขึ้น ดังต่อไปนี้

1.ซึ่ง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีอำนาจทางกฎหมายของเขาที่จะออกประกาศแบบงี้ได้ เพื่อนำเข้า วัคซีน ยา เวชภัณฑ์แล้วก็อุปกรณ์ทางการแพทย์ หากไม่ออกประกาศอย่างงี้มาจะไม่สามารถนำเข้าได้ แล้วก็การออกประกาศดังกล่าวมาแล้วข้างต้นเพื่อมีอำนาจนำเข้า แต่ไม่ใช่ว่าสามารถนำเข้ามาเป็นอิสระ เพราะว่าจะต้องประพฤติตามข้อบังคับที่มีอยู่ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นต้นว่า ขออนุญาต สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) กระทรวงสาธารณสุข แต่หากไม่ออกประกาศมาก็จะไม่สามารถขอยื่นอะไรได้เลย หรือ เรียกว่าตกคุณสมบัติ

2.ได้แก่การใช้อำนาจในช่วงวิกฤติเหตุการณ์ โควิด-19 เพียงแค่นั้น แล้วก็ใช้ช่วงที่วัคซีนขาด โดยกฎเกณฑ์ที่ นพ.นิธิ มหาความยินดี เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ชี้แจงว่า เมื่อเหตุการณ์นี้คลี่คลายอำนาจนี้ก็จะหมดไป หรือเมื่อผลิตวัคซีนขึ้นมาในประเทศได้อย่างเพียงพอ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จะหยุดการนำเข้าทั้งผอง

3.จะต้องประพฤติตามข้อกฎหมายที่มีอยู่ทุกสิ่งทุกอย่าง ฉะนั้นประกาศดังกล่าวมาแล้วข้างต้นเพื่ออุดช่องว่างเพียงแค่นั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นการจัดหาซ้ำไปซ้ำมากับทางกระทรวงสาธารณสุข ที่กำลังทำงานอยู่หรือเปล่า นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ซ้ำไปซ้ำมา เพราะว่าจะต้องไปขออนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข อยู่ดี เพียงแค่เขาเป็นอีกหนทางหนึ่ง เช่นเดียวกับเอกชน หรือใครๆที่ไปติดต่อแล้วกลับมาขออนุญาต โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีสมรรถนะที่จะไปติดต่อกับหน่วยงานต่างชาติ เป็นต้นว่า สปุตนิก หรือแม้กระทั้ง ไฟเซอร์ แล้วก็โมเดอร์ท้องนา เช่นเดียวกับเอกชนคนจำนวนไม่น้อยที่มีสมรรถนะ แต่ที่ผ่านมา เอกชนไม่มีปัญหาในเรื่องของคุณสมบัติ แต่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ก็เลยจะต้องออกประกาศมาว่า ตัวเองมีคุณสมบัติ แล้วจะมีสถานะเท่ากันกับเอกชนทั้งหลายแหล่ โดยจะต้องผ่าน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาร่วมทั้งยัง ยาฟาวิพิราเวียร์ วัคซีน แล้วก็เวชภัณฑ์ ไม่ว่าตัวใดก็จะต้องมาขอ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาอยู่ดี โดยต่อจากนี้ จะมีขีดความสามารถไปติดต่อเองได้ แล้วก็เมื่อ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเห็นชอบก็เอาเข้ามาได้ แต่ทั้งผองใช้งบประมาณของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เอง โดยมิได้มาของบราวๆของเมือง เพราะว่าไม่อย่างนั้น กระทรวงสาธารณสุขก็จะไปทำเอง

 

เมื่อถามว่า โรงพยาบาลอื่นๆเป็นต้นว่า โรงพยาบาลจุฬาลงมือณ์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลธรรมศาสตร์สรรเสริญ จะทำงานเหมือนกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้หรือเปล่า นายวิษณุ กล่าวว่า การที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จะต้องทำเช่นนั้นเป็นไปตาม พ.ร.บ.ยา คนที่จะนำเวชภัณฑ์ เข้ามาได้ หากเป็นราชการ คือ กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมหาวิทยาลัยของเมือง ก็อยู่ในข่ายที่ตรงนี้อยู่แล้ว แต่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ไม่อยู่ในข่าย เขาก็เลยจะต้องออกประกาศสถานะเขาขึ้นมา แม้ในกรณีหากเป็นโรงพยาบาลเอกชน เป็นต้นว่า โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ เขาก็มาแบบเอกชนเขาทำได้อยู่ วันนี้เอกชนหลายรายก็ทำกันอยู่ อย่างไรก็ดีประเด็นนี้ได้ตนชี้แจงให้ พล.อำเภอประยุทธ์ จันทร์อร่อย นายกรัฐมนตรีแล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แล้วก็ผู้อำนวยการศบค. และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รู้แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลทำงานเรื่องดังกล่าวมาแล้วข้างต้นอย่างรวดเร็วเพราะว่า องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แล้วก็นายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นผู้ลงนามใช่หรือเปล่า นายวิษณุ กล่าวว่า “ตามพระราชบัญญัติประธานสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นผู้ลงนาม ซึ่งพระองค์ท่านเป็นประธานสภาฯ ฉะนั้น คนอื่นๆลงชื่อมิได้ แล้วก็ข้อบังคับก็เขียนไว้ว่า เมื่อเสร็จแล้วให้ลงในราชกิจจานุเบกษาเพื่อประกาศให้คนทั่วประเทศรับรู้ว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ยกระดับขึ้น เพราะว่าหากไม่มีการออกประกาศ แล้วก็แม้ไปยื่นขอจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ก็จะถูกตีกลับ เพราะว่าไม่มีคุณสมบัติ”