2022-07-06
Breaking News

‘วันงดเว้นสูบบุหรี่โลก’ 31 เดือนพฤษภาคม เผยสมัยโควิดชาวไทยสูบลดน้อยลง 49.12%

“วันงดเว้นสูบบุหรี่โลก” ตรงกับวันที่ 31 พ.ค.ของทุกปี เชิญเช็คสถิติต่างๆเกี่ยวกับเหตุการณ์การสูบ “บุหรี่” ในประเทศไทย โดยเฉพาะในตอนการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ พบว่าแรงงานไทยบริโภคยาสูบลดน้อยลง 49.12%

เนื่องใน “วันงดเว้นสูบบุหรี่โลก” ที่ตรงกับวันที่ 31 พ.ค.ของทุกปี เชิญคนประเทศไทยมารู้จักสถิติต่างๆเกี่ยวกับเหตุการณ์ “บุหรี่” ไม่ว่าจะเป็นปริมาณนักสูบ ปริมาณการบริโภคยาสูบในประเทศไทย และก็ล่าสุด.. จะพาไปดูผลที่ได้รับจากการสำรวจการสูบบุหรี่กลุ่มแรงงานในตอนโควิด-19 ระบาด กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รวบรวมข้อมูลมาให้ทราบกัน ดังนี้

1. คนประเทศไทยสูบบุหรี่ลดน้อยลง ตอน “โควิด-19” ระบาด ปี 2564
มีข้อมูลอัพเดทจากศูนย์วิจัยและก็จัดการวิชาความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) เปิดเผยว่า ศจย. ร่วมกับ “สวนดุสิตโพล” ได้ทำสำรวจเรื่อง “พฤติกรรมการบริโภคยาสูบของกลุ่มผู้ใช้แรงงานในตอนเหตุการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19” ในกรุงเทพฯ และก็ละแวกใกล้เคียง เมื่อม.ย. พ.ศ.2564
โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็น ผู้ใช้แรงงานนอกระบบ/ในระบบ ปริมาณ 1,120 แบบอย่าง (เป็นต้นว่า มอเตอร์ไซด์รับจ้าง แท็กซี่ งานบ้านงานเรือน เกษตร ประมง โรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม ร้านค้า)

ผลจากการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคยาสูบในตอนเหตุการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ พบว่า

• ผู้ใช้แรงงานที่บริโภคยาสูบในปริมาณลดน้อยลง ด้วยเหตุว่ารายได้ลดน้อยลงสูงที่สุด ปริมาณร้อยละ 49.12

• รองลงมาเป็น ลดบุหรี่เพราะว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ปริมาณร้อยละ 29.57

• ชั้นสามเป็นลดบุหรี่เพื่ออยากดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย ปริมาณร้อยละ 16.29 เป็นลำดับ
โดยความถี่สำหรับการบริโภคยาสูบ พบว่า กลุ่มผู้ใช้แรงงานบริโภคยาสูบสูงที่สุด 6-10 มวนต่อวัน, รองลงมาชั้นสองเป็น11-15 มวนต่อวัน ส่วนชั้นสามเป็น1-5 มวนต่อวัน
ด้าน “กรรมวิธีการเลิกบริโภคยาสูบ” ที่กลุ่มผู้ใช้แรงงานได้คิดแผนไว้ ผลที่ได้รับจากการสำรวจพบว่า โดยมากใช้วิธีลดปริมาณมวนบุหรี่ลง สูงที่สุด ปริมาณร้อยละ 57.63 รองลงมาเป็นหยุดสูบทันที (หักดิบ) ปริมาณร้อยละ 34.41 และก็รับคำแนะนำเพื่อเลิกบุหรี่ ปริมาณร้อยละ 3.39

2. สถิติการบริโภคยาสูบของคนประเทศไทย ปี 2563
สภาพัฒน์ฯ รายงานเหตุการณ์ดื่มสุราและก็สูบบุหรี่ เมื่อตอนไตรมาส 3 ในปี 2563 กล่าวว่า คนประเทศไทยบริโภคสุราและก็ยาสูบลดน้อยลง 5.5% โดยสุราลดน้อยลง 7.5% ยาสูบลดน้อยลง 2.5%
ด้านคณะกรรมการควบคุมสินค้ายาสูบแห่งชาติ และก็เลขาการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยว่า ยาสูบและก็สุราเป็นต้นเหตุของ “ภาระหน้าที่โรค” สร้างการสิ้นไปทางสุขภาพจากการเจ็บป่วยและก็เสียชีวิตของคนประเทศไทยถึง 15.13% หรือเกือบ 1 ใน 6 ของภาระหน้าที่โรคทั้งสิ้นในปี 2557
ยิ่งกว่านั้นยังมีผลลบต่อร่างกาย เศรษฐกิจ และก็สังคม ทั้งระดับครอบครัว ชุมชน และก็ประเทศ เป็นอุปสรรคต่อการสำเร็จตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยืนนานของยูเอ็น (อ่านเพิ่ม : สภาพัฒน์ฯ เปิดเผยไตรมาส 3/63 คนประเทศไทยกินเหล้า สูบบุหรี่ลดน้อยลง)

3. สถิติปริมาณนักสูบ พบว่าลดน้อยลงแต่ว่าไม่มากมาย
ด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติ มีรายงานความประพฤติปฏิบัติการสูบบุหรี่และก็การดื่มสุราของประชากร พ.ศ. 2560 (ข้อมูลล่าสุดมีถึงปี 2560 แค่นั้น) โดยกล่าวว่าประชากรไทยที่มีอายุ 15 ปี มีทั้งสิ้น 55.9 ล้านคน เป็นผู้ที่สูบบุหรี่หน้าใหม่ 10.7 ล้านคน (ปริมาณร้อยละ 19.1) แยกเป็น
• ผู้ที่สูบบ่อยๆ 9.4 ล้านคน (ปริมาณร้อยละ 16.8)
• ผู้ที่สูบนานๆครั้ง 1.3 ล้านคน (ปริมาณร้อยละ 2.3)
– ประชากรกลุ่มเยาวชนอายุ 16-19 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่ต่ำสุด ปริมาณร้อยละ 9.7
– ประชากรอายุ 20-24 ปี อัตราการสูบบุหรี่ ปริมาณร้อยละ 20.7
– ประชากรอายุ 25-44 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่สูงสุด ปริมาณร้อยละ 21.9
– ประชากรอายุ 45-59 ปี อัตราการสูบบุหรี่ ปริมาณร้อยละ 19.1
– ประชากรกลุ่มคนชรา (อายุ 60 ปีขึ้นไป) อัตราการสูบบุหรี่ ปริมาณร้อยละ 14.4
แนวโน้มการสูบบุหรี่ในประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป ลดน้อยลงไม่มากมาย แต่ว่าลดน้อยลงโดยตลอด จากปริมาณร้อยละ 20.7 ในปี 2557 เป็นปริมาณร้อยละ 19.9 ในปี 2558 และก็ปริมาณร้อยละ 19.1 ในปี 2560
ผู้ชายที่สูบบุหรี่ลดน้อยลงมากยิ่งกว่าสตรี โดยผู้ชายลดน้อยลง ปริมาณร้อยละ 40.5 ในปี 2557 เป็นปริมาณร้อยละ 39.3 ในปี 2558 และก็ปริมาณร้อยละ 37.7 ในปี 2560 สำหรับสตรีลดน้อยลงจากปริมาณร้อยละ 2.2 ในปี 2557 เป็นปริมาณร้อยละ 1.8 ในปี 2558 และก็ปริมาณร้อยละ 1.7 ในปี 2560
ทั้งยัง มีข้อมูลจากคณะแพทยศาสตร์ โรงหมอรามาหัวหน้า ได้ทำรายงานสำรวจต้นสายปลายเหตุการเสียชีวิตจากบุหรี่ในปี 2560 ที่ผ่านมา พบว่า คนประเทศไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ 72,656 ราย กระตุ้นให้เกิดค่าสูญเสียด้านเศรษฐกิจ เป็นต้นว่า ค่าหมอปีละ 77,626 ล้านบาท ค่าขาดรายได้จากการเจ็บป่วย 11,762 ล้านบาท ค่าการสิ้นไปจากการถึงแก่กรรมก่อนวัยฯ 131,073 ล้าน รวมเบ็ดเสร็จปีละ 220,461 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 20,565 บาท ต่อผู้สูบบุหรี่ 1 คนต่อปี

buri1

4. “วันงดเว้นสูบบุหรี่โลก” 2564 รณรงค์ เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้
กระทรวงสาธารณสุข เชื้อเชิญประชากรร่วมรณรงค์วันงดเว้นสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2564 “เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้” เพื่อเกื้อหนุนให้เลิกสูบสินค้ายาสูบทุกหมวดหมู่ ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ ลดแพร่ไปเชื้อโควิด-19
องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้วันที่ 31 พ.ค.ของทุกปี เป็น “วันงดเว้นสูบบุหรี่โลก” และก็ปีนี้ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ว่า “COMMIT TO QUIT” เพื่อ 180 ประเทศสมาชิกผลักดันเชิงแนวนโยบาย และก็จัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักถึงอันตรายและก็โทษของบุหรี่ทุกหมวดหมู่ เกื้อหนุนให้ผู้สูบบุหรี่ทั้งโลกเลิกบุหรี่ให้ได้ 100 ล้านคน
สำหรับเมืองไทย ได้กำหนดประเด็นย้ำติดต่อสื่อสารไปยังประชากร ภายใต้คำขวัญ “เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้” ด้วยเหตุว่าในเหตุการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 พบว่า ความประพฤติปฏิบัติการ “สูบบุหรี่” ถือเป็นความประพฤติปฏิบัติเสี่ยง เพิ่มช่องทางรับเชื้อหรือแพร่ไปเชื้อโควิดได้ มีรายงานเจอผู้เจ็บป่วยที่ติดเชื้อโรคโควิด-19 มีประวัติการสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยมากมักมีสุขภาพปอดไม่แข็งแรง ทำให้มีอาการรุนแรง และก็เสี่ยงถึงกับตายได้

กระทรวงสาธารณสุข ขอเชื้อเชิญผู้สูบบุหรี่หันมาเลิกบุหรี่ ซึ่งทาง สธ. ได้จัดแผนการระบบบริการเลิกบุหรี่แบบครบวงจร ช่วยผู้ที่อยากเลิกบุหรี่เข้าถึงบริการและก็รับคำขอความเห็น โทรฟรีสายด่วนเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ โทร.1600
———————–
อ้างอิง :
ศูนย์วิจัยและก็จัดการวิชาความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ
สำนักงานสถิติแห่งชาติ1
สำนักงานสถิติแห่งชาติ2
กระทรวงสาธารณสุข