2022-07-06
Breaking News

สกอร์ไม่สมดุลกับรูปเกม ! เจาะ 5 ประเด็น แมนซิตี้ โคตรโหดไล่บี้ สเปอร์ส

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผงาดคว้าแชมป์รายการแรกของซีซั่น 2020/2021 ไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากเฉือนชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-0 ที่สนามเวมบลีย์ ในรอบชิงชนะเลิศ ศึกคาราบาว คัพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ชาวกระทิงดุ นำสมาชิกโชว์ฟอร์มได้เด็ดสะระตี่ ถ้าหากว่าเป็นมวยก็ต้องพูดว่าชนะทั้งยังคะแนน และก็ชนะน็อก เนื่องจากว่าพวกเขาจัดแจงข่ม “ไก่เดือยทอง” มิดด้ามตั้งแต่นาทีแรกไปจวบจนกระทั่งจบเกม
ความสำเร็จในครั้งนี้บางทีก็อาจจะเป็นการต่อยอดสำหรับการชิงโทรฟี้ 2 รายการสำคัญมันก็คือ พรีเมียร์ลีก และก็ แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยเหตุนี้ถ้าดูถึงความฮึกเหิมของลำแข้ง “เรือใบสีฟ้า” เวลานี้บอกได้เลยว่าพวกเขาคงไม่ได้อยากพัก และก็อยากจะลงแข่งเร็วๆเนื่องจากว่าหัวใจมันเรียกร้องที่จะเอาอีก 2 แชมป์ที่เหลือมาประตูตู้โชว์ที่เอติฮัด สเตเดี้้ยม
1. สัญญาณที่ความสุขของแฟนบอล

การได้เห็นแฟนบอลเดินเข้าไปในสนามเวมบลีย์ เมื่อวันอาทิตย์ก่อนหน้านี้ ถือเป็นสัญญาณดีอีกระดับหนึ่งสำหรับคอลูกหนังที่กำลังจะได้เห็นบรรยากาศเดิมๆสำหรับในการเชียร์ฟุตบอล เนื่องจากว่าในแมตช์นี้มีผู้ชมได้รับอนุญาตให้เข้าไปสัมผัสเกมแบบใหม่ๆจำนวน 8,000 ราย

แมตช์ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปะทะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถือเป็นเกมที่สองที่ มีคอลูกหนังได้รับอนุญาตให้เข้าไปดูเกมในสนามโดยก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเป็นแมตช์ที่ เลสเตอร์ สิตี้ ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน ในศึกเอฟเอ คัพ เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน
สำหรับเกมที่ “จิ้งจอกสยาม” ทะลุเข้าไปเล่นในรอบชิงแชมป์ มีคนรักบอลเข้าชมจำนวน 4,000 คน แม้กระนั้นในเกมนี้มีคนรักบอลมากมายถึ 8,000 ราย หรือแทบ 10 เปอร์เซนต์ของความจุของสนามทั้งสิ้น โดยนี่ถือเป็นจำนวนผู้ชมที่สูงที่สุดตามมาตรการของรัฐบาลอังกฤษที่อนุญาตให้เข้าชมเกมสำหรับกีฬาที่เล่นกลางแจ้ง นับตั้งแต่ที่เกิดการระบาดของเชื้อไวรันมรณะช่วงต้นมีนาคม 2020
แมตช์นี้แฟนบอล สเปอร์ส กับ “เรือใบสีฟ้า” ได้ตั๋วไปฝั่งละ 2,000 ใบ ส่วนอีก 4,000 ใบ จะแบ่งให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอังกฤษ (เอ็นเอชเอส) และก็ผู้คนในเขตแคว้น โดยงานนี้แฟนบอลที่อายุน้อยกว่า 18 ปีไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในสนาม ที่สำคัญคนที่จะได้เข้าไปจะต้องมีการตรวจหาเชื้อวัววิด-19 ในช่วง 1 วันก่อนเกมนัดหมายชิงด้วย และก็จะต้องมีใบสุทธิการฉีดวัคซีนต่อต้านเชื้อมรณะด้วย
ภายหลังจากเกมนัดหมายชิงถ้วยใบเล็กเมืองผู้ดีแล้ว และไม่ส่งผลกระทบเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อ งานนี้มีความเป็นไปได้ว่าเกมนัดหมายชิง เอฟเอ คัพ ระหว่าง เลสเตอร์ กับ เชลซี ที่สนามเวมบลีย์ วันที่ 15 พ.ค.นี้ บางทีก็อาจจะได้เห็นแฟนบอลเข้าชมเกมถึง 21,000 คนก็ได้

2. เป๊ป ยอดคนสมองเพชร
ความสำเร็จของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องสารภาพว่าส่วนหนึ่งส่วนใดมาจากความยอดเยี่ยมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เนื่องจากว่านับตั้งแต่ที่เขาเข้ามากุมบังเหียน “เรือใบสีฟ้า” ผลงานของสมาพันธ์นับว่าสุดยอด และก็ยกฐานะเปลี่ยนเป็นทีมเข้มแข็งที่ทั่วโลกต้องครั้นเมื่อคร้าม
กวาร์ดิโอล่า ไม่ใช่แค่นำ แมนฯ ซิตี้ เปลี่ยนเป็นทีมจอมบุก ครองเกมเหนือคู่ปรับ แค่นั้น แม้กระนั้นยังมีการปรับแท็กติกให้กับแต่ละแมตช์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถดูได้จากสถิติหลังเกม เนื่องจากว่าพวกเขาจะครองบอลได้เหนือกว่า สร้างจังหวะได้มากกว่า
สำหรับการคว้าแชมป์ติดอยู่ราบาว คัพ ในช่วงฤดูกาลนี้ยังส่งให้ “เป๊ป” เปลี่ยนเป็นตำนานบทใหม่ของรายการนี้ เมื่อเขาเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลคนแรกที่คว้าแชมป์ถ้วยใบเล็กเมืองผู้ดี 4 สมัยซ้อน แซงหน้า บ็อบ เพสลี่ย์ ตำนานผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ที่เคยทำได้ 3 สมัยซ้อนในช่วงระหว่างปี 1981-1984
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นนายใหญ่ชาวสแปนิชซึ่งสามารถชูโทรฟี้ใบนี้ 4 ครั้งเทียบเท่ากับ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, โชเซ่ มูรินโญ่ และก็ ไบรอัน คลัฟ และก็ยังนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นแชมป์สมัยที่ 8 เท่ากับ ลิเวอร์พูล ด้วย
ถ้านับรวมโทรฟี้นับตั้งแต่ก้าวขึ้นมาคุม บาร์เซโลน่า ไปหาความท้ากับ บาเยิร์น มิวนิค และก็บุกมาสร้างตำนานบนถิ่นอังกฤษร่วมกับ แมนฯ ซิตี้ เดี๋ยวนี้ เป๊ป สะสมความสำเร็จไปแล้ว 30 รายการในวัยเพียงแค่ 50 ปีแค่นั้น !!

3. เหมาะได้แชมป์ด้วยประการทั้งปวง
ก่อนเกมนัดหมายชิง ติดอยู่ราบาว คัพ ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยฟันธงแบบไม่ต้องคิดมากว่า แมนฯ ซิตี้ เหนือกว่า สเปอร์ส ทุกกระบวนท่าไล่ตั้งแต่ซุ้มม้านั่งสำรอง, ผู้เล่นตัวจริง ไปจนถึงกึ๋นของผู้จัดการทีม แม้กระนั้นก็อาจจะมีบางบุคคลที่คิดว่า “ฟุตบอลลูกกลมๆอะไรๆก็สามารถเกิดขึ้นได้”…..แม้กระนั้นพอดิบพอดีมันดันไม่เกิดขึ้น !!
ผลงานในช่วง 45 นาทีแรกทุกๆคนคงแจ่มแจ้งแก่สายตา แมนฯ ซิตี้ สร้างจังหวะได้มากมายก่ายกอง โดยยิ่งไปกว่านั้นจาก ราฮีม สเตอร์ลิง และก็ ฟิล โฟเด้น ตอนที่ เควิน เดอ บรอยน์ ยังทำหน้าที่เป็นผู้เล่นคนสำคัญขั้นเทพสำหรับในการผ่านบอลงามๆให้เพื่อนร่วมทีมหลายต่อบ่อยมาก
ตลอด 80 กว่านาทีถ้าผู้ใดกันแน่เป็นแฟน แมนฯ ซิตี้ คงรู้สึกเสียวท้องน้อยเนื่องจากว่าพวกเขาสร้างจังหวะทำประตูได้เยอะแยะ แม้กระนั้นทำผิดพลาดเองบ้าง โดนกองหลังสเปอร์สบล็อกได้บ้าง หรือ อูเก๋ โยริส ดันโชว์ฟอร์มเหนียวหนึบด้วย โน่นทำให้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยอดคิดไม่ได้ว่า “หรือนางงามที่โชคจะอยู่ฝั่งสเปอร์ส”
กระนั้นอีกสองนาทีถัดมา อายเมริค ลาปอร์กต์ สวมบทฮีโร่โขกประตูชัยได้สำเร็จ ต้องพูดว่าถ้าหากว่า จอห์น สโตนส์ ไม่โดนใบแดงในเกมลีกเฉือน แอสตัน วิลล่า ทำให้ถูกแบนในเกมนี้ ชื่อของตัวรุกชาวประเทศฝรั่งเศส บางทีก็อาจจะไม่ได้อยู่บนสกอร์บอร์ดก็ได้
หากแม้สกอร์บางทีก็อาจจะดูใกล้เคียงอย่างยิ่งแม้กระนั้นถ้าดูจากภาพรวมตลอดทั้งเกมต้องพูดว่า แมนฯ ซิตี้ เหมาะอย่างยิ่งที่จะคว้าแชมป์ เนื่องจากว่าพวกเขาเหนือกว่าทั้งยังรูปเกม และก็สกอร์

4. อนาคนของ เคน
หนึ่งในปัญหาที่อยู่ในหัวของทุกๆคนหลังสิ้นเสียงนกหวีดยาวหมดเวลาที่สนามเวมบลีย์ ก็คือ แฮร์รี่ เคน จะยังคงเลือกอยู่กับ สเปอร์ส ต่อไปหรือบางทีก็อาจจะตัดสินใจโบกไม้โบกมือลาเพื่อออกไปไขว่คว้าใส่ความสำเร็จมาประดับตู้โชว์ที่บ้านตัวเอง
เคน ถือเป็นลูกหม้อชั้นดีของสมาพันธ์ และก็มี{ความจงรักภักดี|ความ
แน่นอนว่ารางวัลส่วนตัว เคน อยากได้อยู่แล้ว แม้กระนั้นในฐานะนักเตะที่มีชื่อเสียงว่าเป็นเลิศกองหน้า เขาย่อมต้องการมีเกียรติประวัติความเป็นมากับสมาพันธ์มากกว่านี้ ไม่เชื่อทดลองดูไปดู ไคล์ วอล์คเกอร์ สมัยก่อนเพื่อนร่วมขึ้นอยู่กับที่ไปได้ดีกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ ไมเคิ่ล คาร์ริค รุ่นพี่ที่ก้าวไปเป็นตำนาน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
การเป็นพระรองในแมตช์นี้ อาจจะส่งผลให้ เคน ตกตะกอนทางความคิด และก็เลือกเส้นทางได้แล้วว่าจะเอาอย่างไรหลังจบฤดูกาลนี้ …..ผู้ใดกันแน่ที่เป็นแฟนบอลสเปอร์ส คงต้องทำใจล่วงหน้าได้เลย
5. สมาธิกับ พรีเมียร์ลีก และก็ แชมเปี้ยนส์ ลีก
แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์รายการแรกของฤดูนี้มาครองเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว {ถือ