แนวทางพิจารณาสิทธิ์ โอนเงิน “ประกันรายได้ข้าวปี 64/65” ทั้งนี้เงินทยอยเข้าบัญชีแล้ว แม้ไม่เจอข้อมูลจะต้องติดต่อหน่วยงานที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรตามประเภทพืชที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงงาน

จากกรณี คณะรัฐมนตรี (คณะรัฐมนตรี) เห็นดีเห็นงามให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงงานประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 วงเงินรวม 13,225 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และปกป้องการเสี่ยงด้านราคาไม่ให้เผชิญกับปัญหาขาดทุน ลดภาระรายจ่ายในการแก้ปัญหาราคาผลิตผลถดถอยจากเหตุการณ์เศรษฐกิจโลก การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส “โควิด-19” และอุทกภัย ในขณะที่กลไกตลาดยังคงดำเนินการปกติ โดยประกันรายได้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 5 ประเภท อย่างเช่น

ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ครอบครัวละไม่เกิน 14 ตัน
ข้าวเปลือกหอมมะลินอกเขต ตันละ 14,000 บาท ครอบครัวละไม่เกิน 16 ตัน
ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ครอบครัวละไม่เกิน 30 ตัน
ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ครอบครัวละไม่เกิน 25 ตัน
ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ครอบครัวละไม่เกิน 16 ตัน
เวลาที่ไทม์ไลน์การโอนเงิน แบ่งเป็น

งวดที่ 1 ชำระเงินวันที่ 9 พ.ย. 2564
งวดที่ 2 ชำระเงินวันที่ 10 พ.ย. 2564

สำหรับ หลักเกณฑ์การชำระเงินประกันรายได้ เกษตรกรจำเป็นต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจะต้องแจ้งวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว เพื่อใช้เป็นข้อมูลขณะที่เกษตรกรจะได้รับสิทธิ์ชดเชย

สำหรับแนวทางการพิจารณาสิทธิ์โครงงานประกันรายได้กสิกร ปีการผลิต 2564/65

1. เข้าเว็บ chongkho.inbaac.com
2. กรอกเลขประจำตัวราษฎร พร้อมกดค้นหา
3. แม้คนที่ลงทะเบียนสำเร็จ และได้รับเงินแล้ว จอจะแสดงผล “โอนเงินเป็นระเบียบแล้ว” แม้ไม่เจอข้อมูลการขึ้นทะเบียน จะต้องติดต่อหน่วยงานที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรตามประเภทพืชที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงงาน