2022-07-06
Breaking News

อนุทิน แจงหน่วยงานองค์กรรัฐ-เอกชน ขอสนับสนุนการฉีดวัคซีนโควิดเป็นกลุ่มได้

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แจงหน่วยงานรัฐ-เอกชนรวมตัวขอรับการฉีดวัคซีนโควิด 19 ได้ หรือจัดสถานที่และบุคลากรทางการแพทย์

แล้วขอรับวัคซีนไปฉีดเอง ช่วยเพิ่มการเข้าถึงวัคซีนอย่างเร็ว แจงผู้ติดเชื้อโรคมากขึ้นจากเรือนจำและไซต์ก่อสร้างที่เขตหลักสี่ ใช้ Bubble and Seal ควบคุมไม่ให้เชื้อแพร่สู่ภายนอก ถือว่าควบคุมได้ ยังไม่ถึงกับขนาดจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการ
วันนี้ (17 เดือนพฤษภาคม) ที่กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดจังหวัดนนทบุรี นายไดอารี่ ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้เข้าหาหารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เพื่อรายงานการบริหารจัดแจงการฉีดยาโควิด 19 ทั้งปริมาณวัคซีนที่มีและการกระจายการฉีดยาใน 3 ช่องทางเป็นผ่านระบบหมอพร้อม ผ่าน อสม. และการที่หน่วยงานหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนรวมทั้งสมาชิกในครอบครัวรวมกลุ่มกันทำหนังสือมายัโลภรมควบคุมโรคเพื่อขอรับวัคซีน ทั้งขอรับการฉีดที่สถานบริการและการจัดสถานที่และพนักงานฉีดยาเอง รูปแบบนี้จะช่วยช่วยเหลือภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขอย่างมาก ตัวอย่างเช่น กระทรวงคมนาคมใช้สถานีกึ่งกลางบางซื่อฉีดพนักงานขนส่งสาธารณะ หรือกองทัพที่มีพื้นที่และหน่วยพยาบาลดำเนินการฉีดเองได้ หรือกรณีสำนักงานประกันสังคมที่ระบุว่าจะฉีดให้ผู้ประกันตน ฯลฯ เมื่อฉีดแล้วจะตัดบัญชีจากจังหวัดต้นทาง
สำหรับปริมาณผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ที่มากขึ้นอย่างมากนั้น คลัสเตอร์หลักมาจากเรือนจำซึ่งเป็นพื้นที่ปิดและไซต์ก่อสร้างเขตหลักสี่ที่สั่งปิดแล้วได้ทำเป็นโรงหมอสนาม ทั้งสิ้นใช้มาตรการ Bubble and Seal ไม่ให้มีการแพร่ระบาดสู่ภายนอก คัดแยกชนิดผู้เจ็บป่วยเป็นกลุ่มเขียวเหลืองแดง โดยจะนำเฉพาะผู้ติดเชื้อโรคมีอาการที่จำเป็นต้องถึงมือแพทย์จริงๆออกมา โดยมากผู้ติดเชื้อโรคยังเป็นกลุ่มสีเขียว เมื่อครบ 14 วันก็จะหายดี ตัวอย่างเช่น เรือนจำติดเชื้อโรค 9 พันกว่าคน เป็นกลุ่มสีเขียวราวๆร้อยละ 70 เมื่อครบ 14 วันจะมีราวๆ 5 พันกว่าผู้ที่กลายเป็นปริมาณพยาบาลหาย ทั้งนี้ ได้ให้การสนับสนุนยารักษาโรคและการฉีดยา สถานการณ์ถือว่ายังควบคุมได้ ไม่ถึงกับขนาดจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการ ส่วนที่มีการผ่อนคลายการรับประทานอาหารในร้าน ขอให้ทุกคนยังคงวิธีการป้องกันควบคุมโรค ทั้งเว้นระยะห่างใส่หน้ากาก ล้างมือ หรือปฏิบัติงานที่บ้าน
“ข้างหลังการคลายเครียดมาตรการจะมีการประเมินสถานการณ์ ถ้าหากมีความสำคัญก็สามารถเข้มมาตรการขึ้นมาได้ ซึ่งการคลายเครียดและกลับมาเข้ม มิได้แสดงว่าบริหารล้มเหลว หลายประเทศมีการผ่อนคลายและกลับมาเข้มเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดีสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่ต้องเพิ่มมาตรการ แม้กระนั้นถ้าหากจะต้องเพิ่มมาตรการหรือล็อกดาวน์ ทาง ศบค.จะมีการไตร่ตรอง แม้กระนั้นสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ถึงกับขนาดนั้น” นายไดอารี่กล่าว