แมนยูฯสะดุ้ง เชลซี เตรียมปาดหน้าคว้าแข้งเป้าหมาย โซลชาร์

“เชลซี” ยอดทีมแดนผู้ดี ตกเป็นข่าว เตรียมปาดหน้าคว้าแข้งเป้าหมายของ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” อย่าง “จาดอน ซานโช” ปีก “โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์” มาร่วมทีม วันที่ 5 เดือนพฤษภาคม 64 “สิงโตสีน้ำเงินคราม” เชลซี กลุ่มดังที่ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลายเป็นข่าว มีแผนการที่จะเดินหน้าคว้าตัว จาดอน ซานโช ปีกคนสำคัญสังกัดค่าย “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งเป็นลำแข้งจุดมุ่งหมายสำคัญที่ โอเล กุนท้องนาร์ โซลชาร์ ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ จาก “อสุรกายแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลุ่มคู่ต่อสู้ร่วมลีกอยากตัว ทั้งนี้ยอดกลุ่มสีแดงที่เมืองแมนเชสเตอร์ เคยเกือบจะที่จะได้ตัว จาดอน ซานโช มาร่วมทีมเมื่อตอนซัมเมอร์ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าตกลงข้อแม้ส่วนตัวกับนักฟุตบอลได้แล้ว แต่ถ้าว่าทั้งสองกลุ่มไม่บางทีอาจหาผลสรุปในเรื่องของค่าจ้างได้ ก็เลยทำให้ดีลล่มในช่วงท้ายของตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนนักฟุตบอลนั่นเอง ทั้งนี้ โธมัส ทูเคิล นายใหญชาวเยอรมัน ที่ดูราวกับว่าควรต้องการยกระดับแนวรุกของกลุ่มให้ดีขึ้นอีก โดยที่มีข่าวว่าตอนต้นล็อกเป้า โรเมลู ลูกากู ศูนย์หน้าฟอร์มร้อนชาวเบลเยียม ของกลุ่ม “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน กลุ่มแชมป์ป้ายแดง กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี มาล่าตาข่าย หลังจากที่ ว่ากล่าวโม แวร์เนอร์ ดูเหมือนจะยังไม่ตอบโจทย์ แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ โธมัส ทูเคิล ก็ยังอยากที่จะได้ตัว จาดอน ซานโช มาร่วมทีมด้วยเช่นกัน.

ย้ายประเทศกันเหอะ เป็นวัสดุทางการเมือง นักวิชาการอิสระเตือน!

นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก ถึง “ย้ายประเทศกันเถอะ” เป็นเพียงแค่เครื่องไม้เครื่องมือทางด้านการเมืองให้ 2 อดีตนายกฯ กลับมาครองอำนาจ วันที่ 4 เดือนพฤษภาคม 2564 นักข่าวรายงานว่า จากกรณีเกิดกรุ๊ป “ย้ายประเทศกันเถอะ” ในเฟซบุ๊ก ที่ภายหลังเปิดมาเป็นเวลา 4 วัน มีผู้เข้าร่วมเป็นพวกแล้วถึง 6.7 แสนบัญชี (ข้อมูลเวลา 14.30 น. วันที่ 4 พฤษภาคม) อีกทั้งในตอน 1-2 วันแรก ก็เป็นที่เอ๋ยถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ อีกทั้งยังได้รับความพึงพอใจจากทั้งยังสื่อทีวีแล้วก็เว็บที่มีการรายงานข่าวทั้งวัน ล่าสุด นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์รูปภาพ นายขวา เคยชินความประพฤติ แล้วก็นางสาวยิ่งลักษณ์ เคยชินความประพฤติ ซึ่งทั้งสองเป็นอดีตนายกฯของเมืองไทย อีกทั้งยังมีภาพบุคคลทางด้านการเมืองเป็นต้นว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองธุระ ประธานแผนกรุ่งเรือง อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เนื้อความถึงกรุ๊ป นายพิธา ลิ้มเจริญก้าวหน้ารัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แล้วก็หัวหน้าพรรคก้าวหน้า โพสต์ดังกล่าว ยังกำหนดเนื้อความว่า หัวหน้าเก่าแล้วก็หัวหน้าเดี๋ยวนี้ ได้สร้างกระแส “ย้ายประเทศกันเถอะ” เพื่อหวังให้คนรุ่นใหม่นั้นรังเกียจประเทศตัวเอง แล้วก็หลอกใช้เป็นเครื่องไม้เครื่องมือทางด้านการเมือง ให้ตัวเองได้กลับมาถือครองอำนาจทางด้านการเมืองอีกรอบ “ปลุกระดมให้คนอื่น “ย้ายประเทศกันเถอะ” แต่ตัวเองแล้วก็พวก “ต้องการกลับแล้วก็ต้องการอยู่ประเทศไทย ตลอดกาล” อดีต 2 หัวหน้า ต้องการกลับไทยใจจะขาด เนื่องจากว่าเขาแล้วก็คุณรู้ว่าเมืองไทยมีดีอะไรเยอะแยะ แล้วก็ให้อะไรกับเขาแล้วก็คุณบ้าง ส่วนหัวหน้าคนรุ่นใหม่ช่วงปัจจุบัน ต้องการอยู่ประเทศไทยไม่ไปไหนแน่นอน เนื่องจากว่าเขาแล้วก็คุณรู้ว่าเมืองไทยมีดีอะไรเยอะแยะ แล้วก็ให้อะไรกับเขาแล้วก็คุณบ้าง”

ลูกบิด ประสบการณ์คืนหนาวเหน็บ เกี่ยวอะไรกับ ย้ายประเทศกันเถอะ

ย้ายประเทศกันเถอะ ยังเป็นกระแสร้อนในโลกโซเชียล นอกจากถูกวิพากษ์วิจารณ์ในหลายแง่มุม ล่าสุดยังเป็นที่มาของดราม่าเรื่องใหม่ “ลูกบิด” วันที่ 4 พฤษภาคม 2564 ทั้งคืนก่อนหน้านี้สม่ำเสมอถึงวันนี้ ชาวโซเชียลน่าจะเลื่อนฟีดแล้วเจอมุกเกี่ยวกับ “ลูกบิด” มาบ้าง ตอนแรกหลายท่านอาจรู้สึกว่าเป็นมุกส่วนตัวหรือมุกเฉพาะกรุ๊ปของเพื่อนฝูงๆในเฟซบุ๊ก แม้กระนั้นเชื่อหรือเปล่าว่าดราม่านี้เป็นความสม่ำเสมอจากกระแส กรุ๊ปเฟซบุ๊ก “ย้ายประเทศกันเหอะ” ซึ่งในเวลา 13.55 น. วันนี้ ปริมาณสมาชิกพุ่งไปถึง 6.7 แสนคน แล้ว ด้วยความแรงของ “ย้ายประเทศกันเหอะ” ทำให้มีหลายท่านออกมาแนะนำผู้ใหญ่ที่มีอำนาจว่าอย่ามองข้ามเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีตกาลกรรมการการออกเสียง (กกต.) ที่มองว่า หากสมาชิกในกลุ่มนี้ เพียงแต่ 1% หรือ 10% ได้ย้ายไปต่างประเทศจริงๆนับว่าน่าห่วง เนื่องจากว่าผู้ที่จะไปได้ควรจะเป็นระดับครีมของครีม เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถจริงที่เป็นประเทศนั้นยอมรับ ด้าน “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” แกนนำแนวร่วมระบบประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) วิเคราะห์ว่า คนหนุ่มสาวรับมิได้และไม่เห็นวี่แววความเปลี่ยนแปลง ก็อาจอยากย้ายเนื่องจากว่าประเทศส่วนใหญ่ไม่เป็นอย่างนี้ แม้กระนั้นถึงที่สุดพวกเขาจะเข้าใจตรงกันว่าไม่ใช่เรื่องง่าย และก็ความรู้สึกนี้จะกลายเป็นพลังหันมาสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศให้มีอนาคตเพื่อคนทุกฝ่าย มีพื้นที่ให้คนทุกกรุ๊ป มีความเท่าเทียมให้คนทุกคน แม้กระนั้นความคิดเห็นที่ถูกพูดถึงสูงที่สุด กลับมาจากฝั่งที่มีแนวความคิดทางการเมืองตรงข้ามกับสมาชิกส่วนใหญ่ในกรุ๊ป “ย้ายประเทศกันเหอะ” โน่นเป็น ผศ.ดร.อานนท์ ศักดาวพระอาทิตย์ชญ์ คุณครูประจำแผนกสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ซึ่งโพสต์เล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตที่นิวยอร์ก อเมริกา แทบ 6 ปี ตอนเรียนปริญญาเอก โดยยอมรับว่าทีแรกๆมีความคิดจะไม่กลับประเทศไทย จะอยู่สหรัฐอเมริกา ต่อ เมื่ออยู่สหรัฐอเมริกา ได้ครู่หนึ่ง ก็เลยทราบว่าตัวเองเป็นแค่ “ชาวเมืองชั้นสอง” เจอความไม่เสมอภาคหรือการเกลียดชังรังเกียจ (prejudice) หลายสิ่งหลายอย่าง เลยทราบว่าอยู่ที่แห่งไหนก็ไม่มีความสุขเสมือนประเทศไทย แม้กระนั้นเรื่องราวที่ทำให้คุณครูคนมีชื่อเสียงไม่ต้องการที่จะอยู่ต่างชาติต่อ เป็นเรื่องราวฝังใจในวันที่อากาศหนาวมากมาย… “วันหนึ่งอากาศหนาวมากมาย ผมจะเข้าบ้านตอนเช้า เลยถอดถุงมือเพื่อให้จับลูกกุญแจไขลูกบิดได้ถนัด เอามือเปล่าจับประตูแล้ว เนื่องด้วยหนาวเย็นจัดมากมาย มือเปล่าๆเลยกำเนิดน้ำแข็งเกาะติดกับลูกบิดประตู ผมจำเป็นต้องก้มเอาลมปากร้อนๆเป่ามือจนกระทั่งเอามือออกมาจากลูกบิด…” ผศ.ดร.อานนท์ เล่า จุดหักเหนี้เองที่ทำให้ ผศ.ดร.อานนท์ กำเนิดปริศนาในใจว่า จะอยู่ทรมาทรกรรมเป็นชาวเมืองชั้นสามชั้นสี่ ในที่ที่ไม่ใช่ภูมิลำเนาเพราะอะไร? วินาทีนั้นก็เลยตัดสินใจว่าจำเป็นต้องกลับมารับใช้ชาติบ้านเรือน “ชาติบ้านเมืองของเรา บางทีก็อาจจะวุ่นวายไปบ้าง มีความผิดใจกัน มีคนหยาบช้า มีนักการเมืองต่ำทราม มีพลเมืองต่ำทรามและก็เห็นแก่ตัว มีต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการค้าภายในประเทศ มีการกลั่นแกล้งทำร้ายกัน แม้กระนั้นถ้าเกิดเราตั้งมั่นสำหรับการทำความดีเพื่อชาติบ้านเมือง ผมเชื่อถือว่าแล้วความดีงามจะคุ้มครองปกป้องเรา อยู่ที่แห่งไหน ทำเพื่อใครก็ไม่พอๆกับทำให้แผ่นดินกำเนิด” ก่อนจบท้ายการโพสต์เล่าประสบการณ์ไม่ดีกับลูกบิดว่า ฝากให้คนเกลียดชาติที่คิดจะไปอยู่บ้านเรือนอื่น ชาติอื่น แล้ววันใดวันหนึ่งคุณจะเข้าจิตใจ เอาเป็นว่า ขออำนวยพรให้พวกที่อยากไป ได้ไป ได้พบกับเรื่องจริง ขอให้รีบๆไปเลยนะครับ ขออำนวยพรให้โชคดี ได้รู้เรื่องชีวิตจริงๆมิได้เหนี่ยวรั้ง มิได้ไล่ อำนวยพรให้จงรีบไปให้เร็วสมปรารถนาต้องการจงทุกอย่าง ในที่สุดเรื่องเล่าของ ผศ.ดร.อานนท์ ได้กลายเป็นไวรัลในโซเชียล เพียงแต่ 1 วันข้างหลังโพสต์ มีคนกดแชร์กว่า 1 หมื่นครั้ง แสดงความรู้สึกกว่า 3.1 หมื่นครั้ง และก็แสดงความเห็นมากยิ่งกว่า 3.3 พันครั้ง สำหรับผู้ที่เห็นด้วยต่างชื่นชมที่ ผศ.ดร.อานนท์ นำวิชาความรู้กลับมารับใช้ชาติ อีกทั้งเป็นอันมากจิตใจให้สำหรับการต่อสู้เพื่อป้องกันบ้านเรือน แม้กระนั้นฝั่งที่ไม่เห็นพ้องกระหน่ำ ผศ.ดร.อานนท์ ว่า เป็นคนการเรียนสูง เหตุใดก็เลยไม่รู้ว่าควรใส่ถุงมือจับลูกบิดตอนอากาศหนาว ตอนที่อีกหลายท่านล้อเลียนว่า หากไม่ใช่เนื่องจากว่าลูกบิด อาจไม่กลับมารับใช้ชาติ และก็ต่อมา ผศ.ดร.อานนท์ ได้จำกัดผู้ที่สามารถแสดงความเห็นต่อโพสต์นี้ แล้ว ล่าสุด ผศ.ดร.อานนท์ โพสต์ถึงเรื่องนี้อีกที โดยแจกแจงว่า ตอนจะเข้าบ้าน ไขลูกกุญแจมิได้ เนื่องจากว่าอุณหภูมิติดลบ 20 องศาเซลเซียส เลยถอดถุงมือออก แล้วไขกุญแจลูกบิด แล้วลืมใส่ถุงมือก่อนจับลูกบิดประตู เลยทำให้มือติดลูกบิดประตู คือเรื่องธรรดา มนุษย์เราเผลอลืมกันได้ นอกเหนือจากนี้ยังเอ๋ยถึงชายคนหนึ่งว่า ทะเลาะเบาะแว้งกับคนที่อาศัยอยู่ภายในครอบครัว พอเพียงเขาปิดล็อกลูกบิดประตู กลับเอาขวานจามลูกบิดและก็ประตูบ้านตัวเองจนกระทั่งเหลวพังทลายยับ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่มีวุฒิภาวะ มีแม้กระนั้นอารมณ์ ที่สำคัญทำลายอาคารบ้านเรือนและก็บ้านเรือนของตนเอง อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.อานนท์ มิได้ระบุว่ากล่าวเอ่ยถึงใคร

ศรราม ขอพูดบ้าง หลังสมัยก่อนภรรยา กุ้งพลอย ไลฟ์สดทวงขอลูกคืนสู่อกแม่

ภายหลังที่อดีตกาลภรรยา กุ้งพลอย กนิษฐรินทร์ หรือ ติ๊ก บิ๊กบราคุณร์ ได้ออกมาโพสต์คลิปเพื่อทวงลูกคืนจากอดีตกาลสามี ชายหนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์ โดยเจ้าตัวบอกว่า พัฒนาการของลูกสาวนั้นช้าเกินไป ทั้งยังยังได้ไลฟ์สดเปิดโปงอดีตกาลสามีแบบจุกๆอีกหลายเรื่อง งานนี้ ชายหนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์ ก็ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับอีจัน ถึงกรณีที่หลายๆคนกำลังให้ความสนใจของครอบครัวนี้ว่า “เรื่องพัฒนาการของวีจินะครับ ก่อนหน้านี้ผมก็ทำงานแล้วก็คอยดูครับ ในเรื่องของเขาว่าทำไมถึงยังบอกไม่เป็นคำ ก็เลยได้ไปพบกับคุณหมอนพวรรณ ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ในวันเสาร์ที่ 20 มี.ค. ครับ ซึ่งคุณติ๊กก็ไปด้วยนะ แล้วก็ได้รับคำแนะนำจากคุณหมอมาแล้วว่าให้ฝึกฝนความชำนาญอย่างไร หรือเสริมเติมอย่างไร เพื่อที่จะให้วีจิบอกได้เป็นคำมากขึ้นครับ เราก็กลับมาประพฤติตามในสิ่งที่คุณหมอเสนอแนะ ซึ่งคุณหมอนพวรรณ ก็จะนัดอีกทีวันที่ 22 พฤษภาคม ครับ คุณหมอก็ได้ให้คำปรึกษาเสริมเติมด้วยครับ ว่าวีจิมีพัฒนาการอีกทั้งเรื่องของร่างกาย เรื่องภาษากายครับ ไม่ว่าจะเป็น กิฟมีไฟว์ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางภาษากายดีนะครับ ดีเยี่ยมๆเพียงแต่อาจจะจะต้องเพิ่มพัฒนาการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบอกครับ” เขาบอกว่าพี่ชายหนุ่มใจดำไม่ให้เจอลูกให้เจอลูกน้อยไป? “ผมจะต้องขอญาตเรียนอย่างงี้ว่า ในเบื้องต้นเนี่ย ผมให้ท่านติ๊กมาเจอลูกเดือนละสองครั้งครับ แล้วก็สำหรับเพื่อการเจอแต่ละครั้งก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากฝั่งคุณติ๊ก ไม่ว่าจะเป็นการร้องมูลนิธิ หรือว่าให้ไปเจอทางหน่วยงานภาครัฐต่างๆแล้ว คุณติ๊กก็ไม่พอใจเอง ซึ่งมีต้นเหตุมาจากตัวคุณติ๊กเองครับ ครั้งนี้ก็กลับมาคุยกันใหม่ ผมเองก็ได้พิจารณาถึงความเหมาะสมแล้ว ก็อยากที่จะให้คุณติ๊กได้ได้โอกาสเจอลูกได้มากขึ้น ผมก็ขยับระยะเวลาให้ท่านติ๊กได้เจอลูก เดือนละสี่ครั้งก็เท่ากับสัปดาห์ละหนึ่งครั้งครับ ก็โดยมีการนัดหมายนับว่าให้เจอแต่ละวันเสาร์ แต่ว่าถ้าเกิดว่าวันเสาร์นั้นติดงานหรือคนใดกันแน่มีอะไรจะต้องไปทำ ก็จำเป็นที่จะต้องขอเลื่อนไปเจอวันอื่น แต่ว่าอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้งได้เจอ เรื่องนี้ผมเอง คุณติ๊กเอง ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ทราบกันหมดทุกอย่างแล้วครับ เรื่องการเจอลูกครับ ในเบื้องต้นเจอกันที่ร้านอาหารที่เราทานกันเป็นประจำครับ แล้วก็ไปพบตามหน่วยงานที่คุณติ๊กร้องมา เมื่อคุณติ๊กปฏิเสธ เราก็กลับมาเจอกันที่ร้านอาหารอย่างเดิม ผมเองเห็นว่ามันจะเป็นการรบกวนสถานที่ของเขา ด้วยเหตุว่าเขาก็อยู่ในระหว่างการปรับปรุงร้าน ผมเองก็มีคอนโดอยู่ ก็เลยได้คิดว่าไปเจอกันที่คอนโดดีมากยิ่งกว่า ก็ปรึกษาหารือกับที่ปรึกษากฎหมายว่าให้ท่านติ๊กมาหาลูกที่คอนโด มันจะได้สบายเยอะขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็มีการไปเจอกันมี.ค.ครับ วันที่พาวีจิไปพบหมอด้วยกัน เมื่อไปพบหมอเสร็จแล้วคุณติ๊กก็ขอพาลูกไปเซ็นทรัล ผมก็อนุญาต พอผมอนุญาตเสร็จคุณติ๊กก็โทรไปยืมสตางค์เพื่อนฝูงจนเพื่อนฝูงคนนั้นเนี่ยก็โทรมาทวงกับผม แล้วผมก็จะต้องให้เขาครับ ต่อจากนั้นต่อมาครับ ก็เป็นสัปดาห์ต่อมา ผมก็ให้ที่ปรึกษากฎหมายแจ้งคุณติ๊กไปตั้งแต่วันพุธครับ วันพุธต่อมาก็คือวันที่ 23 หรือ 24 ว่าสัปดาห์ต่อไปเนี่ย เสาร์-อาทิตย์-จันทร์ เราจะไม่อยู่ เราจะไปเขาใหญ่ ก็ขอเลื่อนคุณติ๊กมาเจอลูกวันอังคาร ซึ่งคุณติ๊กก็กำเนิดความรู้สึกว่าไม่พอใจอย่างมาก ก็ส่งข้อความมาหาในวันเสาร์ที่ 27 มี.ค.ครับบอกว่า เขาไม่เอาลูกแล้ว เขาชูลูกให้ผมดูแล แล้วเขาก็ขอบล็อกทุกคน” เขาเรียกร้องว่าให้เขาเจอลูกบ้าง ด้วยเหตุว่าก่อนหน้านี้ตอนวันเกิดลูกเขาไม่ได้คุยกับลูกเลย ซึ่งคนเป็นแม่บอกเศร้าใจมากมาย? “ที่บอกว่าวันเกิดลูกเป็นวันสำคัญก็คือวันที่ 8 เมษายน หรือว่าวันเกิดของเขาเป็นวันที่ 13 เมษายน เพราะเหตุไรถึงไม่ให้เขาเจอลูกหรืออะไร ผมก็จะต้องขอเรียนอย่างงี้ ในเมื่อเขาไม่เอาลูกแล้วเนี่ย ผมก็จะต้องก้มหน้าก้มตาดูแลลูกของผมต่อไป อย่างที่ผมบอกครับ เป็นผมตั้งมั่นทำงานดูแลแม่ เลี้ยงลูกให้ดี ในเมื่อคุณติ๊กมีความต้องการที่จะไม่เอาลูกแล้ว แล้วจู่ๆจะให้ผมโทรไปเพื่อเขามาเจอลูกก็คงจะไม่ใช่ ส่วนลำดับที่สองเป็นว่าในวันที่ 13 เมษายน วันสงกรานต์ครับ พี่เลี้ยงของวีจิ พี่อ้อยก็ลากลับบ้านที่ร้อยเอ็ดครับ อันนี้เป็นสิ่งที่อยากจะชี้แจง เพราะในเมื่อเขาไม่ได้อยากต้องการลูกแล้วเนี่ย เราจะไปขอร้องอะไรเสริมเติมก็คงไม่ใช่เรื่องครับ แต่ว่าเรามีหน้าที่ดูแลวีจิอยู่แล้ว เราก็จะดูแลกันสุดกำลังอย่างเดิมครับ” รู้ไหมค่ะว่าทางอดีตกาลภรรยามีไลฟ์สดเอ๋ยถึงเรา? “จะต้องบอกอย่างงี้ครับว่า ผมเองเนี่ยไม่ทราบครับ ไม่ทราบข้อมูลแล้วก็ไม่ได้ตั้งใจด้วยครับ เพราะตัวเองก็ทำงานครับ และขณะนี้เป็นตอนๆวัววิดก็อุตสาหะอยู่กับลูกมากมายๆขอรับ” ทางเขาบอกเรื่องที่ว่าเราติดสุราด้วย นี้พี่ชายหนุ่มจะชี้แจงว่าอย่างไรค่ะ? “ผมจะต้องขอเรียนชี้แจงอย่างงี้ครับว่า ผมเป็นพ่อคนแล้วครับ อายุขนาดนี้แล้วครับ ผมรู้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี อะไรควรจะทำ อะไรไม่สมควรทำครับ” เขาบอกว่าในขณะนี้เขาพร้อมจะเลี้ยงลูกแล้ว เขาบอกว่าจะปล่อยให้เขาดูแลลูกได้ไหม? “ผมจะต้องเรียนอย่างงี้ครับ ว่าทุกอย่างเราประพฤติตามหน้าที่ครับ ก็คือหน้าที่เป็นว่าในบันทึกในใบหย่า บันทึกหลังใบหย่า ได้บันทึกไว้หมดแล้วว่า ผมมีสิทธิ์ที่จะดูแลวีจิแต่เพียงผู้เดียวครับ แล้วก็หน้าที่ผมเป็นอนุญาตให้ท่านติ๊กมาเจอลูกเพียงเท่านั้น แต่เพียงแต่ว่าคุณติ๊กได้บอกความต้องการของตนเองมาแล้วว่า เขาไม่ได้อยากต้องการลูก เขาชูลูกให้ผมมาตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.แล้วครับ ด้วยเหตุนี้ผมก็จะประพฤติตามในสิ่งที่เป็นความปรารถนาของคุณติ๊ก แล้วก็อยากจะบอกว่าเอกสาร หรือว่าอะไรต่างๆหรือว่ารายละเอียดต่างๆผมก็ได้เก็บให้หมดทุกอย่างเป็นระเบียบหมดแล้วครับ” มีการคิดแผนเรื่องการเลี้ยงดูลูกต่อไปอย่างไรบ้าง? “เราก็คงจะดูแลเขาอย่างดีที่สุดครับ เราก็อยากจะบอกว่าวีจิเนี่ยเขามีที่ปรึกษาเป็นคุณหมอทั้งผองครับ แล้วก็อยากจะบอกว่าที่ทุกคนเป็นห่วงเรื่องพี่เลี้ยง ผมอยากจะบอกว่าไม่ว่าจะเป็นพี่เลี้ยงวีจิ หรือเป็นพี่เลี้ยงม่าม้าของผมครับ ผมจะบอกว่าเขาผ่านงานมาไม่ต่ำลงยิ่งกว่า 15 ปีนะครับ จากเนอสเซอรี ซึ่งเนอสเซอรีแห่งนี้ของเพื่อนฝูงผมที่เรียนเซนต์คาเบรียลกับผมมาตั้งแต่ ป.1 ครับ เราเป็นเพื่อนกันกว่าเกือบจะๆจะ 40 ปีแล้วครับ เขาผ่านงานตรงนั้นมา ทำงานแล้วก็มีที่ว่ามีแนวทางในการทำงานที่ถูกอยู่แล้ว นั่นเป็นผลของพี่หลีกเลี่ยงที่หลายๆคนไม่สบายใจครับ และในตอนที่วีจิมีพัฒนาการ อาจจะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบอกช้าหน่อย ด้วยเหตุนี้อะไรที่เป็นอันมากใจแล้วโพสต์มาไม่ว่าจะเป็นในเฟซบุ๊กของผม ยูทูบ อินสตาเอ็งรม ถ้าหากอะไรเป็นอันมากใจหรือเป็นการพูดจา เป็นการเขียนคอมเมนต์ด้วยความหวังดี ผมกราบขอบพระคุณมากๆ แต่ว่าหากว่าผมอ่านดูแล้วคอมเมนต์อะไรก็ตาม ไม่ได้กำเนิดประโยชน์กับผม วีจิ หรือครอบครัวของเรา ผมก็จะลบคอมเมนต์นั้น แล้วก็จะบล็อก ด้วยเหตุว่าผมนับว่าไม่ใช่สิ่งที่มีความหมาย และจะมีผลให้ผมกับลูกไปในทางที่ดีนะครับ ก็จะต้องขอขอบพระคุณครับ ทุกๆพลังใจที่ส่งเข้ามาให้ ถ้าเกิดว่าเป็นประโยชน์ ไหว้พระคุณมากมาย แต่ว่าถ้าหากเป็นการทำลายกันหรือว่าทำให้เราเสียสุขภาพจิตในตอนที่เราเลี้ยงลูกผมก็จะต้องขอลบข้อความนั้น แล้วก็ขอบล็อกไปครับ ขอบพระคุณมากๆครับ”

คนไทยรอลุ้นได้ฉีดวัคซีน Moderna เร็วๆนี้ หลังอย.กำลังพิจารณาขึ้นทะเบียน

อย. เผยอยู่ระหว่างพิจารณาวัคซีน Moderna คนไทยรอลุ้นได้ฉีด หลังบรัษัทวัค๙ีนเข้าพบอนุทินเมื่อวานขอให้ขึ้นทะเบียน เมื่อวันที่ 3 เดือนพฤษภาคม64 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ทวีตชี้แจงว่า ในขณะนี้ อย. อนุมัติวัคซีนวัววิด-19 แล้ว 3 ราย 1.วัคซีนAZD1222 ของ AstraZeneca นำเข้าโดย บริษัทแอสยี่ห้อเซนเนกา (ประเทศไทย) จำกัด 2.วัคซีนCoronaVac ของ Sinovac นำเข้าโดยหน่วยงานเภสัสชกรรม (อภ.) 3.วัคซีนJNJ-78436735 ของ Johnson & Johnson นำเข้าโดย บริษัทแจนเซ่น – ซีแลก จำกัด ส่วนวัคซีนที่อยู่ระหว่างประเมินคำร้องขอจดทะเบียน 1.วัคซีนmRNA-1273 ของ moderna นำเข้าโดย บริษัทสิลลิคฟาร์มา จำกัด นอกจากนี้ ยังมีวัคซีนทยอยยื่นเอกสารประเมินคำร้องขอจดทะเบียนตลอด 1.วัคซีนCovaxin ของ BHARAT BIOTECH นำเข้าโดย บริษัทไบโอเจเนเทค จำกัด 2.วัคซีนSputznik V ของ Sputnik V นำเข้าโดย บริษัทคินเจน ไบโอเทค จำกัด มีรายงานข่าวสารว่า เมื่อตอนเวลาบ่ายวันที่ 3 เดือนพฤษภาคมก่อนหน้านี้ ตัวแทน บริษัทสิลลิคฟาร์มา เข้าหานายไดอารี่ ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข โดยพูดจาจดทะเบียนวัคซีน Moderna ในไทย ในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนประเมินเอกสารคำร้องขอของ อย.

Fb ของสวีเดนก็ออกมาโฆษณาชวนเชื่อรัวๆว่า

“ท่านกำลังฝันจะย้ายประเทศอยู่หรือไม่ เราขอนำเสนอเหตุผลว่าเพราะอะไรประเทศสวีเดน อาจเป็นจุดหมายปลายทางที่ดี”..บลา บลา บลา ผมในฐานะของผู้ที่อยู่ในสวีเดนมาแล้ว 30 ปี ขณะนี้บุตรสาวที่เกิดตรงนั้นก็ยังอาศัยอยู่ ไม่ได้ย้ายตามพ่อมาไทย ถามคำถามว่า ประเทศสวีเดนดีไหม เป็นสังคมที่น่าอยู่หรือไม่ ตอบได้ว่า เป็นประเทศที่น่าอยู่มากมาย ระบบรัฐผลประโยชน์ที่ดูแลคนตั้งแต่กำเนิดจนกว่าตาย นับว่าเป็นระบบที่ใช้ได้ผล และก็ดีเป็นลำดับต้นๆของโลกก็ว่าได้ เหมือนกับ ประเทศนอร์เวย์ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ และก็ไอซ์แลนด์ ที่สำคัญเป็นเป็นประเทศระบบประชาธิปไตยสุดๆเท่าที่จะมีได้ประเทศหนึ่งในโลก เมื่อ fb สวีเดนออกมาอย่างงั้น ด้านใน 22 ชั่วโมงที่โพสต์นี้ออกไป ก็มีคนเข้าไปกดไลค์ถึง 5.1 หมื่นครั้ง มีคอมเมนต์เข้ามา 8.1 พันครั้ง และก็แชร์ออกไปถึง 3.6 หมื่นครั้ง นับว่า fb สวีเดนประสบความสำเร็จสำหรับเพื่อการโฆษณาชวนเชื่อ ยิ่งมองจากคอมเมนต์ที่เข้ามาที่ส่วนใหญ่ยกย่อง และก็แน่นอนว่าจำนวนมากหวังจะเก็บกระเป๋าบินกันไปเลย Fb สวีเดน พูดความจริงแค่ครึ่งเดียว และก็นี่เป็นสิ่งที่น่าสงสัยว่า ที่โพสต์มาอย่างงั้นในวันนี้ ต้องการอะไร เด็กๆที่ดูแล fb คิดอะไรกันอยู่หรือ สวีเดนน่าอยู่ – ใช่ แต่การเข้าไปนั้น –ยากมากมาย หากไม่มีคุณสมบัติกับข้อตกลงของการเข้าไปอาศัยแล้ว ไม่มีโอกาสได้เข้าประเทศครับผม ช่วยพิจารณาจุดนี้ด้วย สวีเดนไม่ได้ให้ผู้ใดกันเข้าไปง่ายๆ การเข้าสวีเดนได้ หลักกว้างๆก็คือ เข้าไปอย่างนักท่องเที่ยว อันนี้ไม่ยาก ซื้อทัวร์ไปง่ายที่สุด แต่จะอยู่เกินกว่าตารางท่องเที่ยวไม่ได้ หรือเข้าไปแบบเด็กนักเรียน แต่จบการศึกษาหรือเลิกเรียนเมื่อไร ต้องกลับไทย นอกจากแต่ระหว่างเรียนมีคู่รักหรือคู่สมรสที่อยู่ตรงนั้น ก็สามารถขอทำเรื่องเปลี่ยนแปลงวีซ่าจากเด็กนักเรียนไปเป็นผู้อาศัยและก็ดำเนินการได้ แต่กับการเข้าไปทำมากิน อาศัยอย่างถาวร อันนี้มีเงื่อนไขแล้ว หลักๆการขอไปอยู่ได้ก็คือ มีคู่รักหรือคู่สมรสที่อยู่ตรงนั้น หรือขอตามบิดามารดา ผู้ดูแลเข้าไป (แต่อายุต้องไม่เกิน 21 ปี) หรือเป็นผู้ที่อาศัยอยู่แล้วในประเทศยุโรปเหนือ (มี 5 ประเทศ) หรืออยู่ในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (มี 27 ประเทศ) จึงย้ายไปได้ หรือมีองค์กร บริษัท ร้านค้าในสวีเดนยืนยัน ทำเรื่องขอเราเข้าไปเป็นคนงาน อีกอันที่มี คือ ขอเข้าไปเป็นผู้หลบภัย นี่เป็นข้อตกลงที่เป็นจริง ไม่ใช่ว่านึกจะบินก็บินไปได้ อันนี้ fb สวีเดนควรจะแจงให้ชัด จะมาแค่อ้างถึงว่ามีรายละเอียดอยู่ในเวปอื่นๆของสถานทูต เข้าไปหาอ่านเองได้ เพียงนี้ไม่ได้ ควรจะเสนอและก็ให้ข้อมูลที่ชัดเจนและก็ถูกต้องให้มากยิ่งกว่าการพูดแค่ “ฝัน” จะย้ายประเทศ คิดถึงสวีเดน วันนี้สวีเดนมีคนในวัยทำงาน ไม่มีงานทำถึง 10% คิดเป็นจำนวนคนถึง 549,300 คน อาทิตย์ที่ผ่านมา คนตกงานมากขึ้นจากอาทิตย์ก่อนถึง 3% ยิ่งยุคโควิด ยิ่งแย่ ในสวีเดน รัฐบาลโดนโจมตีมากมาย เรื่องหางานให้คนทำไม่ได้ ด้านการเมือง พรรคขวาจัด Sverigedemokraterna ที่ต้านคนต่างประเทศแบบสุดลิ่มทิ่มประตู ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ คะแนนไล่ๆกันมาพร้อมกับพรรคสังคมระบบประชาธิปไตย Socialdemokraterna และก็พรรคอนุรักษ์นิยม Moderaterna แล้วเขาจะให้คนแห่กันเข้าไปเพราะเหตุใด หากแค่รังเกียจรัฐบาลคุณประยุทธ์ แล้วย้ายไปตรงนั้น จะหนีเสือปะไอ้เข้ ครับผม มีผู้ใดกันเล่าหรือยังครับผมว่า หลายปีก่อนแนวทางของรัฐบาลสวีเดนไม่ได้สนับสนุนให้คนต่างประเทศเข้าประเทศมากมายเลย ได้โอกาสพิจารณาจากเอกสารสำหรับสมัคร หากมีช่องโหว่ให้ไล่ ให้ส่งกลับแล้ว เขาจะไม่รอช้า ผู้ที่เข้าไปขอลี้ภัยเยอะๆ รอฟังการไตร่ตรองเป็นปีๆอยู่แบบไม่มีอนาคตและไม่มองเห็น “ความฝัน” ในชีวิต ที่ถูกจับตัวขึ้นเครื่องบินส่งกลับประเทศก็มีเยอะแล้ว ต่อให้ว่าหลายคนถูกส่งกลับไปประเทศที่เป็นเผด็จการ และก็ตำรวจตรงนั้นรอรับตัวเพื่อยัดเข้าตาราง หรือเอาไปประหาร ก็กำเนิดเป็นข่าวเสมอ คนต่างประเทศที่เข้าไปอาศัยแล้วเป็นปีๆหรือเกิน 10 ปี หลบๆซ่อนๆหนีตำรวจหัวซุนเป็นหลายหมื่นคนในประเทศเพราะว่าไม่ได้รับอนุญาตให้อาศัยในประเทศ ขณะนี้มีแต่เพิ่มขึ้น เกินแสนคนแล้วมั้งครับผม ผมไม่ได้เจตนากีดกันความสำราญใน “ความฝัน” ของผู้ใดกันที่จะออกนอกประเทศ ที่เขียนมาทั้งสิ้น ก็บอกเรื่องสวีเดนประเทศเดียว ที่ผมมีความคิดเห็นว่าเด็กๆที่ทำ fb สวีเดน ไม่ได้ให้ภาพที่รอบด้านกับผู้พอใจ ก่อกำเนิดความเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวง หากไม่เตือนกันแล้ว “ความฝัน” ที่หวังไว้จะเป็น “ฝันร้าย” ที่เคราะห์ซ้ำบาปซัดเชียวละครับ

โทนี่ เผยผ่านคลับเฮาส์ วัคซีน Pfizer เข้ามาในไทยแล้วแต่ไม่มาก

นายทักษิณ ชินวัตร​ อดีตนายกรัฐมนตรี หรือที่ชาวเน็ตรู้จักในอีกชื่อ คือ โทนี วู้ดซัม ได้ร่วมพูดคุยช่อง CARE Clubhouse x CARE Talk : คิดเคลื่อนไทย พลิกฟื้นวิกฤตโควิด กับ Tony Woodsome โดยกล่าวถึงการแพร่ระบาดของวัววิด-19 และก็การบริหารจัดแจงพื้นที่ลำคลองเตย รวมถึงเรื่องวัคซีนที่ชักช้า ว่าจำเป็นต้องรู้เรื่องว่า วัคซีนแม้ว่าจะเสี่ยงไม่มากมาย แม้กระนั้นมีการเสี่ยง เพราะทุกยี่ห้อ เป็นแบบรีบด่วน ปีเดียวอนุญาตเลย วิธีสำหรับการเลือกซื้อวัคซีนของไทย 2 ยี่ห้อ โดยผมงงว่าเพราะเหตุใดเลือกวัคซีนเลือก 2 ยี่ห้อนี้ ในเมื่อทั้งโลกรู้ว่าจำเป็นต้องไฟเซอร์ กับ โมเดอร์นา ถ้าเกิดจีนจำเป็นต้องสิโนฟาร์ม เพราะเหตุใดไทยเลือก 2 อันนี้ และก็ทุกคนจำเป็นต้องไปซื้อจากองค์การเภสัชกรรม ให้โรงหมอไปซื้อต่อวันนี้ไฟเซอร์ หากเข้าไปดูเว็บประเทศไทยมีเอาเข้ามาแล้ว แต่เอาเข้ามาไม่มากมาย วันนี้หากสั่งมิได้เพราะเหตุใดไม่ยืมมาก่อน อย่างสปุตนิกหากให้ 10 ล้าน เอามาล้านนึงก่อนได้ไหม วันนี้วัคซีนยังไงก็จำเป็นต้องใช้ รัฐบาลจำเป็นต้องเปิดเสรีนำเข้าวัคซีนได้แล้ว ภาคเอกชนจะออกเงินเองอะไรเอง จะห้ามเขาเพราะเหตุใด อยากใช้งบหรือไร วันนี้ต้องใจกว้างอย่าเป็นคนมีปัญหา แล้วก็ยังเจาะจงด้วยว่าผู้ที่เหมาะสมเป็น รัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข ในสถานการณ์นี้ควรเป็นผู้ที่คุยกับนายกรัฐมนตรี ได้ คุยแล้วนายกรัฐมนตรี ฟังและก็เชื่อ นอกนั้นในช่วงท้ายมีการถามหาเรื่องการเมือง อนาคตของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งนายทักษิณพูดว่า จำเป็นต้องถาม พล.อ.ประยุทธ์ ว่าเบื่อหรือยัง เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 มันตกทอดอำนาจ ทำลายทุกอย่างแม้กระนั้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรี มั่นคง เพราะมี ส.ว.250 คน แม้กระนั้นมั่นใจว่าหากมีลงคะแนนครั้งหลัง จะไม่มีพรรคการเมืองได้เสียงหัวแตกแบบครั้งนี้ และก็จากสถานการณ์แบบอาจมีพรรคการเมืองที่ได้เสียงแบบถล่มทลายได้และก็ทำให้ส.ว.ไม่กล้าเป็นฝักถั่ว นอกนั้น นายทักษิณ ยังได้กล่าวถึง นายวิษณุ เครือสวย รองนายกฯฝ่ายข้อบังคับด้วยว่า รู้สึกเสียใจมากมายที่เชิญให้มาเล่นการเมืองและก็มาใช้ข้อบังคับอย่างงี้ ส่วนเรื่องกลับไปอยู่ที่บ้านจะได้กลับไหม ก็มิได้คิดอะไรแล้ว อายุจะ 73 แล้วเพียงแค่อยากได้อยู่กับหลานๆเพียงแค่นั้น

ด่วน! “น้องชาย” เผย มติ มส. ชี้ความประพฤติปฏิบัติ “พระมหาสมปอง” ไม่ใช่ธุระพระสงฆ์

นายน้องชาย นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เผย ความเห็น มส. ชี้ความประพฤติ “พระมหาสมปอง” ไม่ใช่ธุระสงฆ์ รีวิวอาหารเสริม -อยู่ในข่ายให้ความคิดเห็นทางด้านการเมือง ไม่เหมาะสม เสนอให้ พศาสตราจารย์ปฏิบัติงานสอบด่วน วันที่ 4 พฤษภาคม นายน้องชาย นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เอ่ยถึงกรณีที่พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต วัดสร้อยทอง ให้ความคิดเห็นรูปแบบการทำงานของรัฐบาลตอนสถานการณ์วัววิด-19 ผ่านสื่อหนทางต่างๆทั้งมีการกระทำการโปรโมทประชาสัมพันธ์ขายสินค้า (ปุ๋ยน้ำ) ออกสื่อสังคมออนไลน์ ว่า ตนได้ออกคำสั่งให้สำนักงานศาสนาพุทธแห่งชาติ เสนอประเด็นนี้ต่อห้องประชุมมหาเถรชมรมเพื่อพินิจความเห็นต่อการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ซึ่งถือว่าไม่เป็นธุระของสงฆ์ นายน้องชาย กล่าวว่า ล่าสุด ห้องประชุมมหาเถรชมรม ครั้งที่ 11/2564 เมื่อวันที่ 30 ม.ย. 2564 ลงความเห็นมีความคิดเห็นว่า ความประพฤติดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นของพระมหาสมปองอยู่ในข่ายการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางด้านการเมือง แล้วก็เป็นการให้ความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสม แล้วก็มอบหมายให้สำนักงานศาสนาพุทธแห่งชาติผสานพระสังฆาธิการที่เกี่ยวโยงปฏิบัติงานต่อไป นายน้องชาย กล่าวว่า ตนสั่งย้ำให้สำนักงานศาสนาพุทธแห่งชาติ (พศาสตราจารย์) เร่งปฏิบัติงานตามความเห็นมหาเถรชมรม (มส.) โดยเร่งด่วน โดยให้ผสานเจ้าอาวาสวัดต้นสังกัด รวมถึงเจ้าคณะดูแลสงฆ์ที่เกี่ยวโยง พร้อมตรวจดูความประพฤติของพระภิกษุที่มีการปฏิบัติที่ไม่ใช่ธุระของสงฆ์ เพื่อมิให้กำเนิดความเสียหายวงการสงฆ์แล้วก็ศาสนาพุทธ.

แมนฯ ซิตี้ แกร่งจริง ย้ำแค้น เปแอสเช 10 คน 2-0 เข้าชิง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านย้ำแค้นเอาชนะ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ไป 2-0 สกอร์รวม 2 นัด ชนะ 4-1 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้สำเร็จ การแข่งขันบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2020-21 รอบรองชนะเลิศ นัดหมายที่สอง เมื่อคืนวันอังคารที่ 4 พฤษภาคม 64 เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากอังกฤษ เปิดสนามเอว่ากล่าวฮัด สเตเดียม รับการมาเยี่ยมของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จากฝรั่งเศส โดยนัดแรก แมนฯ ซิตี้ เอาชนะมาได้ก่อน 2-1 เริ่มครึ่งแรก นาทีที่ 11 แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ เอแดร์สัน ผู้รักษาประตู เปิดบอลยาวขึ้นมาทางฝั่งซ้ายให้ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก จ่ายย้อนมาให้ เควิน เดอ บรอยน์ ยิงติดบล็อกมาเข้าทาง ริยาด ปีศาจเรซ ซัดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่าย แล้วนาทีที่ 16 เปแอสเช เกือบจะตีเสมอ จากจังหวะที่ อังเคล ดิ มาเรีย เปิดบอลให้ มาร์รับประทานญอส ขึ้นโหม่ง บอลชนคานดังสนั่น ถึงนาทีที่ 19 เปแอสเช เกือบจะได้อีกแล้ว ดิ มาเรีย แย่งบอลมาได้แถวหน้าเขตโทษ ก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลหลุดเสาสองไปนิดนึง จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นำ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง อยู่ 1-0 กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 63 แมนฯ ซิตี้ หนีเป็น 2-0 เมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ ส่งบอลทะลุเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ ฟิล โฟเดน ผ่านบอลเรียดมาเสาสอง ริยาด ปีศาจเรซ ยิงจ่อๆเข้าไป ถึงนาทีที่ 69 เปแอสเช จะต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ อังเคล ดิ มาเรีย ไปเล่นผิดกติกา ย่ำใส่ แฟร์นันดินโญ ผู้ตัดสินไม่รอคอยช้า ล้วงใบแดงไล่ ดิ มาเรีย ออกจากสนามในทันที ขณะที่เหลือทั้งสองกลุ่มทำอะไรกันเพิ่มมิได้ จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ไป 2-0 รวมผล 2 นัดหมาย แมนฯ ซิตี้ ชนะ 4-1 ผ่านเข้ารอบชิงแชมป์ ไปรอคอยพบกับผู้ชนะระหว่าง เชลซี กับ เรอัล มาดริด ต่อไป โดยนัดหมายชิงแชมป์ จะมีขึ้นในวันที่ 29 พฤษภาคม นี้

เปรียบเทียบเส้นทาง “เพนกวิน” กับ “ไผ่-สมขั้น” ฟ้าเหว !!

แปลงเป็นเรื่องที่บีบคั้นตนเองมากขึ้นกระทั่งแทบหาทางลง หาทางออกไม่เจอแล้ว สำหรับ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” ที่ยังประกาศไม่กินอาหาร (ดื่มแต่ว่านม เกลือแร่ น้ำ) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายพริษฐ์ ที่กล่าวถึงว่า ทำการไม่กินอาหารมานานเดือนกว่าแล้ว โดยบีบคั้นกับศาลให้ได้รับการประกันตัว หลังจากเป็นจำเลยในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่เกี่ยวกับ พระเจ้าอยู่หัว และสถาบันพระมหากษัตริย์ และข้อผิดพลาดอื่นอีกหลายข้อหา ต่างบาปต่างวาระ ที่จำต้องกล่าวว่า พวกเขา (พริษฐ์ และ ปนัสยา) เริ่มบีบคั้นตนเองมากขึ้นจากกรรมวิธีต่อสู้เพื่อให้ได้รับการประกันตัว หลังจากมีความเพียรพยายามยื่นคำร้องขอประกันตัวอยู่บ่อย ทำทุกวิธีทาง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มหลักทรัพย์ เพิ่มนายประกันที่รู้สึกว่ามีความน่าวางใจ หรือแม้แต่การอ้างเรื่องปัญหาสุขภาพ การศึกษา (การสอบ) แต่ว่าก็ยังไม่เกิดผล เพราะว่าศาลชูคำร้องทุกครั้งโดยให้เหตุผลแบบเดิม ก็คือ ยังไม่มีเหตุให้เปลี่ยนคำสั่งเดิม ซึ่งความหมายก็คือ นอกจากข้อผิดพลาดที่ถูกฟ้องมีอัตราโทษสูงแล้ว ที่สำคัญก็คือ จำเลยยังมีท่าทางขยับเขยื้อนในลักษณะแบบเดิม ซ้ำๆไม่กลัวกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความประพฤติปฏิบัติที่ถูกกล่าวโทษในเรื่องการ “จาบจ้วง” สถาบันพระมหากษัตริย์ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา จำเลยพวกนี้ชอบกล่าวถึงว่า พวกเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบเท่าที่ศาลยังไม่วินิจฉัยว่ามีความผิด แต่ว่ากฎหมายก็มีข้อยกเว้น และเป็นดุลยพินิจของศาล ถ้าเกิดผู้ต้องหาหรือจำเลยยังมีท่าทางขยับเขยื้อนปฏิบัติในสิ่งที่ถูกฟ้องในแบบเดิมซ้ำๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคลื่อนไหวที่กระทบกับความรู้สึกของราษฎรเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น การกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่หยุดหย่อน ช่วงเวลาเดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบกับจำเลยบางบุคคลที่เคยขยับเขยื้อนในแบบเดียวกันมาก่อน และถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีแบบเดียวกัน ข้อหาเดียวกัน ตัวอย่างเช่น นายปฏิวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือ “หมอลำแบงค์” ที่ได้รับการประกันตัวเป็นคนแรก โดยมีเงื่อนไขว่า จะไม่ขยับเขยื้อนอ้างอิงสถาบันฯให้กำเนิดความเสื่อมโทรม ไม่ขยับเขยื้อนร่วมรวมกันในลักษณะแบบเดิมอีก รวมไปถึงการันตีว่าถ้าเกิดได้รับการประกันตัวออกไปจะประกอบอาชีพหาเงินเลี้ยงตนเอง อะไรพวกนี้ หรือแม้แต่กรณีของ นายจตุภัทร์ บุญเจริญรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” และ นายสมขั้น ต้นไม้เกษมสุข ที่เพิ่งจะได้รับการประกันตัวไปพร้อมกันเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็ยื่นข้อตกลงต่อศาลในลักษณะก็จะคล้ายกัน ก็ได้ออกมาอยู่ด้านนอกเป็นระเบียบแล้ว ขั้นต่ำก็ได้มีเวลา “สุดดมอิสระ” และมีอิสระสำหรับในการต่อสู้คดี สามารถขอคำแนะนำทนาย และคนที่อาศัยอยู่ในครอบครัวสำหรับเพื่อการต่อสู้คดีตามข้อกล่าวหาได้อย่างเต็มที่ ส่วนผลจะออกมาแบบไหนค่อยมาว่ากัน ขณะที่หันมาใคร่ครวญกรรมวิธีต่อสู้ของ อีกทั้ง นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ที่ยังการันตีแนวทางการแบบเดิม นั่นคือ ยังการันตีแนวทางเดิมตามความเชื่อถือของตนเองว่า แนวทางลักษณะนี้จะได้ผล นั่นคือ อ้างถึงแนวทางความบริสุทธิ์ตราบเท่าที่ยังไม่มีคำตัดสินข้อผิดพลาดออกมา รวมไปถึงใช้แนวทางขยับเขยื้อนของมวลชนจากข้างนอกร่วมบีบคั้นศาล ผสานกับการเคลื่อนไหวไม่กินอาหาร (แต่ว่า ดื่มนม โอวัลตำหนิน ไมโล น้ำ เกลือแร่) หรือแม้แต่การมีท่าทางการเคลื่อนไหวในแบบ “ล้ำเส้น” นั่นคือ การ “ปฏิเสธกระบวนการยุติธรรม” การฝ่าฝืนอำนาจศาล ฯลฯ แน่ๆว่า กรรมวิธีต่อสู้คดีในแบบดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว นับได้ว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาหรือจำเลย ถ้าเกิดมีความเห็นว่าตนเองได้ประโยชน์ หรือมีความเห็นว่าถูก แต่ว่าช่วงเวลาเดียวกัน เมื่อกล่าวถึงว่าตนเองต่อสู้เพื่อสาธารณะ ก็จำต้องยอมรับได้กับเสียงวิภาควิจารณ์จากข้างนอกถึงกรรมวิธีขยับเขยื้อนของตนเอง ว่าคนอื่นๆเขามีความเห็นเช่นไรด้วย ล่าสุด “นางดวงอาทิตย์รัตน์ ชิวารักษ์” มารดาของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” ได้เดินทางมายื่นประกันตัวบุตรอีกรอบ โดยกล่าวถึงว่า ในช่วงเวลานี้ลูกชายมีลักษณะหมดแรงมาก ผิวหนังมีลักษณะแห้ง มีลักษณะวูบตลอดระยะเวลา และที่สำคัญคือ พบว่าถ่ายออกมาเป็นชิ้นเนื้อ จากลักษณะของอาการที่เกิดขึ้น จึงจำต้องมายื่นขอรับรองให้เร็วที่สุด แต่ว่าทนายบอกว่า มีโอกาสที่จะไม่ได้รับการประกันตัว ซึ่งตนเองก็ยังการันตีว่าจะขอเดินหน้ารับรองให้เต็มที่ นางดวงอาทิตย์รัตน์ กล่าวว่า ถ้าเกิดวันนี้ผลออกมาว่า “เพนกวิน” ไม่ได้ประกันตัว รู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเท่ากับเจตนาให้เพนกวินเสียชีวิตอย่างทรมาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกชายไม่ควรจะได้รับ ถึงแม้ว่าในเวลาถัดมาทางกรมราชทัณฑ์จะแถลงการันตีว่า ลักษณะของ นายพริษฐ์ แค่หมดแรง ไมได้มีลักษณะร้ายแรงแต่อย่างใด แม้จะมีแถลงการณ์ว่า มีความเพียรพยายามยื่นรับรองกับจำเลยรายอื่นๆด้วย ตัวอย่างเช่น นายอานนท์ นำภา น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นายแสงพงศ์พันธุ์ จาดนอก ฯลฯ แต่ว่าที่จำต้องโฟกัสไปที่ นายพริษฐ์ และ น.ส.ปนัสยา เพราะเหตุว่าสองคนนี้เลือกใช้แนวทางไม่กินอาหารเพื่อคัดค้าน หรือบีบคั้นศาลให้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะอนุญาตให้ประกันตัวออกไปหรือเปล่า ซึ่งจึงควรใคร่ครวญตามเหตุผลที่มีการแจกแจงออกมาข้างหลังการสั่งคดีทุกครั้ง แต่ว่าสำหรับหลายๆคนคิดว่าแนวทางการที่อีกทั้ง นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ดำเนินการอยู่นั่นไม่น่าจะประสบผลสำเร็จ ตรงกันข้าม จะยิ่งบีบคั้นรัดคอตนเองมากขึ้นประกอบกับกระแสจากข้างนอก “เบาๆ” กระทั่งหมดแรงกระตุ้นใดๆเลย มันก็ยิ่งดำตรงลงเหว !!